15 ต.ค. 2549

ดอกไม้ จาก "ความสุขของกะทิ"

ได้เวลาหยิบวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน เรื่อง "ความสุขของกะทิ" ของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ขึ้นมาชื่นชมความเป็นหนึ่งทางงานเขียนกับเขาบ้าง อ่านแล้วเป็นอย่างไรนั้นคงไม่มีความเห็นใดๆ เพิ่มเติมเพราะมีรางวัลรับรองคุณภาพอยู่แล้ว แต่ที่ออกจะนิยมชมชอบก็คือผู้เขียนพูดถึงดอกไม้ต้นไม้เป็นระยะในงานเขียน ถึงขนาดชื่อบางตอนเป็นชื่อดอกไม้ด้วยแน่ะ เช่น ผักบุ้งทะเล ลั่นทม พยับหมอก ทั้งที่เนื้อหาไม่ได้เน้นความเป็นสาระสำคัญในดอกไม้ นอกจากความรู้สึกที่โยงใยไปถึง ก็อดคิดชื่นชมเอาไม่ได้ว่า ผู้เขียนคงมีใจกับดอกไม้อยู่บ้าง จึงผ่านแทรกซึมเข้ามาในงานเขียน จึงอยากเอามาบันทึกเป็นความรู้สึกประทับใจบ้าง


...
ดอกผักบุ้ง



"...ที่เห็นแน่ๆ ทุกครั้งคือผักปอดหรือผักตบ ดอกสีม่วงอ่อนจางดูบอบบาง ถือไว้ในมือไม่นานก็จะสลดหมดสวย ดอกผักบุ้งสีขาวก็ดูสวยดี ตาบอกว่าถ้าเป็นศิลปินมีฝีมือแบบโมเน่ต์ก็จะถ่ายทอดลงบนผ้าใบให้สวยหยด"

...
มะลิ



"ห้องพระเป็นอีกห้องหนึ่งที่ยายใช้เวลาในแต่ละวันรองจากห้องครัว กะทิเก็บดอกมะลิมาเสียบทางมะพร้าวและจัดใส่แจกัน พออาบน้ำจนสะอาดดีกว่าตอนเช้าแล้ว ก็ยกแจกันเข้าไปให้ยายในห้องพระ..."

...
หางนกยูง




"ตาเรียกต้นหางนกยูงว่า "เพลิงแห่งพนาไพร" กะทิเพิ่งรู้ว่าชื่อเต็มๆ คือหางนกยูงฝรั่ง ถ้าเป็นต้นหางนกยูงพันธุ์ไทย ดอกจะมีหลายสี ทั้งเหลือง ชมพู และแดง ไม่ใช่แดงอมส้มอย่างที่เห็นเต็มตาอยู่ในตอนนี้"

...
ผักบุ้งทะเล




"ดอกไม้เล็กๆ สีม่วงที่ขึ้นแซมประปรายบนเถายาวๆ ในมือของลุงตองดูคุ้นตา แล้วกะทิก็นึกได้ว่าผักบุ้งทะเลนั่นเอง เห็นขึ้นอยู่บนชายหาดข้างรั้วหน้าบ้าน ใบของมันสีเขียวสด มองดูเหมือนรูปหัวใจที่ตรงปลายเว้าเข้าหากัน..."

...
ลั่นทม




"ห้องพักของแม่หันหน้าออกทะเลที่ยามบ่ายถอยไปไกลเห็นลิบๆ ตาบอกว่า ถ้าจะลงทะเลตอนนี้ เห็นทีจะต้องเรียกสามล้อให้พาไปส่ง ผนังด้านข้างเป็นบานหน้าต่างตลอดแนว มองออกไปเห็นลั่นทมต้นใหญ่ ดอกสีขาวเหลืองส่งกลิ่นหอม ยายไม่ชอบเลย บอกว่าคนโบราณถือ ไม่ปลูกลั่นทมในบ้าน ตางึมงำว่านี่เป็นรีสอร์ท ไม่ใช่บ้านสักหน่อย..."

...
พยับหมอก




"พยับหมอกออกดอกอยู่ริมรั้ว เห็นเป็นสีม่วงอมฟ้า อยู่บนแนวไม้ระแนงสีขาวสะอาดตา ลุงตองบอกว่ามีคาถาเสกให้ออกดอกได้ตามเวลาที่ต้องการ แต่คาถาของลุงตองคงเสื่อมไปหน่อย เพราะแม่อยากเห็นก็ไม่ได้เห็น ดอกพยับหมอกอวดความงามวันที่แม่จากไปพอดี ลุงตองโทษฝน ตามปกติถ้าตัดกิ่งทิ้ง เมื่อครบสามสิบวันก็จะออกดอก ฝนทำให้ล่าไปจนแม่ไม่ได้เห็นความงามจากธรรมชาตินี้"

ในเรื่องยังกล่าวถึงต้นก้ามปู กับต้นสน ที่ไม่ได้มีตัวอย่างให้ดู ก็เราชอบต้นไม้ดอกไม้ จึงอดปลื้มไม่ได้เวลาเห็นเขาถ่ายทอดออกมาทางงานเขียน

7 ก.ย. 2549

ที่ไหนๆ ก็ไม่ขาดสีเขียว

เมื่อเช้าโบกแท็กซีมาทำงาน พอก้าวขึ้นรถเอี้ยวตัวปิดประตูยังไม่ทันสังเกตอะไร กลิ่นมะกรูดหอมสดชื่นมาแตะจมูก หลังจากปิดประตูเสร็จหันกลับมา ยิ่งกว่าความสดชื่นของกลิ่นมะกรูด เพราะนอกจากจะมองเห็นลูกมะกรูดวางอยู่หน้ารถแล้ว ยังมองเห็นพรรณไม้นานาพรรณปลูกในรถแท็กซี่อีกด้วย โหสุดยอด! ประทับใจเป็นที่สุด เลยถามเขาว่าชอบต้นไม้เหรอ เขาบอกว่าครับ ขอบอกว่าไม่ธรรมดาเลยนะเพราะไม่ใช่แต่เพียงเขาเอามาประดับรถเป็นชั่วครั้งชั่วคราว แต่เขาปลูกในรถจริงๆ ปลูกเป็นเรื่องเป็นราวและเติบโตงดงามดี ยิ่งมองพินิจพิจารณายิ่งมองเห็นลึกซึ้งไปถึงความใส่ใจและความละเอียดของเจ้าของรถ แหมเสียดายจังไม่มีกล้องอยู่ติดมือ แถมมือถือเจ้ากรรมที่มีกล้องด้วยก็หายไปเมื่อวานนี้ พูดถึงตรงนี้ก็ให้นึกเจ็บใจ พูดอยู่กับตัวเองเสมอว่าไอ้มือถือเนี่ยมีฟังก์ชันสารพัด แต่เราใช้มันไม่กี่อย่างเอง เสียดายเงินที่ต้องซื้อความแพงจากฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้ เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่นึกถึงประโยชน์ของกล้องจากมือถือ...แต่ก็ไปซะละ ไม่เป็นไรบรรยายเอาละกัน...
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ตรงกลางคอนโซลหน้ามีกระถางโป๊ยเซียนแคระ ออกดอกสะพรั่ง และงดงามดี เป็นตำแหน่งที่โดนแดดโป๊ยเซียนจิ๋วๆ จึงงามนัก ที่น่ารักคือกระถางนั้นทำด้วยกระป๋องน้ำอัดลม แล้วก็มีช่อเดฟกระเป๋าลักษณะการเลื้อยบอกถึงการปลูกมั่นคงมานานพอประมาณ ปลูกในเปลือกของเมล็ดไม้สักอย่างเรียกชื่อไม่ถูก มองมาด้านข้างที่นั่งสองฝั่งเหนือหัวมีหลอดไฟกลมๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วปลูกพลูด่างห้อยย้อยลงมาไม่รก หลอดไฟนั้นก็แปะติดเรียบร้อย ด้านคอนโซลหลังมีต้นไม้ปลูกในกะลามะพร้าว เอื้องผึ้งเกาะขอนไม้ และโป๊ยเซียนจิ๋วปลูกในกระป๋องน้ำอัดลมเช่นกัน และประดับของตกแต่งธรรมชาติเล็กๆ น้อยๆ แต่พองาม ตรงกลางระหว่างที่นั่งคนขับเป็นตู้กระจกเหมือนตู้ปลาเล็กๆ ปลูกราชินีสีทองในน้ำ มีตะไคร่เขียวๆ ขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ประสาทสัมผัสที่รับความสดชื่นด้วยสายตา จมูกสูดเอากลิ่นหอมของลูกมะกรูด แล้วหูก็ยังได้ฟังข่าวสารบ้านเมืองจากข่าวที่เปิดจากวิทยุในตัวรถ มองขึ้นไปด้านบนเห็นภาพพระ ภาพในหลวง และภาพผู้ใหญ่สูงวัยชายหญิงเดาว่าอาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ของพี่คนขับ สิ่งต่างๆ ที่บรรยายมานี้อาจจะไม่ใช่ความสวยงามอลังการน่าตื่นตาตื่นใจ แต่เป็นความประทับใจในความละเอียดอ่อนของพี่คนขับ ความพิถีพิถัน ความใส่ใจ การดัดแปลงของที่ใช้แล้วไม่ต้องทิ้งเอามาประยุกต์ใช้โดยไม่ต้องซื้อหาของใหม่ให้เปลืองเงิน น่าจะบ่งบอกถึงการรู้จักคุณค่าของสิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ ชวนให้นึกถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียง แม้กระทั่งการฟังข่าวสารจากวิทยุของพี่เขาก็ชวนให้นึกถึงการเลือกรับแต่สิ่งที่ประโยชน์และเพิ่มพูนให้กับตัวเอง นึกๆ ไปว่า ความต่างทางฐานะเศรษฐกิจของคนในสังคมมีมากเป็นเรื่องธรรมดา และอาจจะเป็นเรื่องที่เลือกไม่ได้ เราทุกคนคงอยากอยู่อย่างสบายไม่มีปัญหา แต่การใช้ชีวิตและเลือกแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้กับตัวเองเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเลือกให้กับตัวเองได้ สำหรับความประทับใจที่ได้วันนี้นั้นบอกกับตัวเองได้ว่า เราสามารถทำสิ่งที่เราชอบได้โดยไม่สร้างเงื่อนไขมาเป็นอุปสรรค อยู่ในรถก็ปลูกต้นไม้ได้ สีเขียวๆ จึงตามเราไปทุกแห่งหน คุณค่าของสิ่งของที่เรามีไม่ได้อยู่ที่การได้มา แต่อยู่ที่ว่าเราสามารถสร้างสิ่งที่เรามีอยู่ให้เพิ่มเติมได้อย่างไร

30 ส.ค. 2549

หมาก็ชอบสวนเหมือนกันนะ

เคยสังเกตมั๊ยว่า เวลาให้หมาวิ่งเล่นบนสนามหญ้า หรือในสวนดูมันมีความสุขมากเหมือนกันนะ อย่างหมาเรานะถ้าพูดว่า "ปะไปฉี่" แค่นั้นแหละหูผึ่ง เพราะหมายความว่าจะได้ลงไปวิ่งไล่กันในสนามหญ้า

เตรียมพร้อมลงสวน



ช่วยรดน้ำด้วย เฮ้อ! กลุ้มยูเรียเกินขนาด



ไล่หยอกกันอย่างมีความสุข



ตัวพ่อต้องไว้ฟอร์มเลยได้แต่แอบดูเขาเล่น




ดูทีท่า



รอจังหวะ



เอ! ว่าแต่หมาเนี่ยมันชอบสอดรู้สอดเห็นด้วยหรือเปล่านะ

12 ส.ค. 2549

มะลิ มาลัย ใจอาวรณ์



วันนี้วันที่ใครๆ ต้องคิดถึงแม่ นึกถึงตัวเองวิถีชีวิตที่เป็นไปไม่ค่อยได้แสดงความรักกับแม่นัก เพราะหลายๆ อย่างหล่อหลอมให้ตัวเองมีบุคลิกแบบนั้น แต่บอกตัวเองทุกครั้งว่ารู้สึกอบอุ่นเมื่อยามใกล้แม่
เวลาที่หวาดกลัว หวาดหวั่น แค่ได้กลับไปนั่งใกล้ๆ แม่ แค่แม่ถามว่าวันนี้เราอยากกินอะไรบ้าง หัวใจที่มันอ่อนแอก็รู้สึกเข้มแข็ง มีเรี่ยวแรงที่จะกลับมาเผชิญกับอุปสรรคอีกครั้ง บางครั้งที่อ่อนแอมากๆ นึกอยากจะกอดแม่แน่นๆ แต่เพราะไม่เคยทำ ความรู้สึกสุขใจและอบอุ่นนั้นจึงได้เพียงสัมผัสแม่เบาๆ...

แต่วันนี้ความรู้สึกคิดถึงความอบอุ่นของแม่มันช่างทรมานใจ หวนนึกไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ให้มาบอกถึงความรู้สึกรักและห่วงใยเราล้วนๆ วันนี้แม่อยู่แสนไกล..ไกล...ไกลจนเราสัมผัสได้เพียงไออุ่นในใจ

นับแต่นี้ไปคงได้แต่อาลัยในความรักของแม่ รู้ว่าไม่มีใครรักเราได้เท่าแม่รักที่ไม่มีเงื่อนไข รักที่มีแต่ให้ และรักที่ไม่เคยจืดจาง มีความเสียใจที่ยิ่งใหญ่อยู่สิ่งหนึ่ง เสียใจที่เมื่อแม่อยู่เราไม่เคยพูดบอกรักแม่กอดแม่แรงๆ เลยสักครั้งเดียว เห็นมาลัยนึกอยากจะได้มีโอกาสได้มอบให้แม่อีกครั้ง ทุกครั้งวันแม่ได้ให้มาลัยแม่ แต่ท่าทางเราดูจะเก้อๆ เพราะไม่กล้าแสดงความรัก แม้ไม่ได้มีโอกาสให้ ยังได้โทรไปหาให้ได้ยินเสียงแม่บ้าง แต่วันนี้แม้อยากให้แม่อย่างเต็มหัวใจ อยากได้ยินเสียงแม่ให้เป็นพลังใจ แต่ช่างใจหาย แม่จากไปไกลเหลือเกิน ได้แต่เพียงอาวรณ์

31 พ.ค. 2549

หอม..หอม..เจ้ามาลี



กี่วัน หรือเป็นเดือนแล้ว ที่วิ่งวุ่นจนละเลยไม่ได้เชยชมดอกไม้เสียนาน ไม่รู้ทำอะไรมากมายจนไม่มีเวลา หันเหมาเป็นคนจัดสวนแต่กลับมีเวลาสัมผัสกับต้นไม้ดอกไม้น้อยลง ความรู้สึกกังวลที่ต้องรับผิดชอบและแบกรับภาระเมื่อเราได้รับปากรับงานแล้วทำให้เครียดได้ไม่เบา กว่าแต่ละงานจะสำเร็จไป เพิ่งรู้สึกว่าความกังวลก่อให้เกิดความเครียดได้มากมาย เช้าของวันจันทร์คือวันที่ต้องสลัดทิ้งความหนื่อยความกังวลหันเหสู่วิถีชีวิตประจำวันที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุดเช่นกัน นึกถึงความสดชื่นของดอกไม้ตะหงิดๆ เดินลงสวนที่เดินอยู่ทุกวัน แต่ทุกวันคือผ่านเลย วันนี้อยากซึมซับเอาความสดชื่นให้รู้สึกผ่อนคลาย

...เดินไปที่กลางสวนประสาทสัมผัสรับกลิ่นหอมของดอกไม้มาแตะจมูก ยืนอยู่นิ่งๆ หลับตาใช้สมาธิแยกประสาทสัมผัสรับกลิ่นว่า กลิ่นหอมที่ลอยมาเป็นกลิ่นของดอกอะไรบ้าง หอมแก้วมุกดา ประยงค์ เข็มหอม พุทธชาติ มะลิ นมแมว หรือลีลาวดี หันหลังกลับวิ่งไปเอากล้องมา ดูสิพอเวลาถ่ายมือไม้สั่น นานเท่าไหร่แล้วหนอที่ไม่ได้จับกล้องถ่ายภาพดอกไม้เลย
...

พุทธชาติ


ถ่ายภาพเสร็จสูดกลิ่นหอมใกล้ๆ เวลาเช้านี้หอมอ่อนๆ แต่หากเป็นตอนเย็นๆ นะ ใครเดินมาสวนต้องถามหาว่ากลิ่นหอมนี้กลิ่นของดอกใดหนอหอมสดชื่นเสียเหลือเกิน ก็หอมๆ ของดอกพุทธชาตินี่แหละ

แก้วมุกดา


ตอนนี้กลิ่นที่หอมหวานอบอวลอยู่แน่นอนคือกลิ่นหอมของดอกแก้วมุกดาหรือโกงกางเขาที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ เต็มต้น

เข็มหอม


ประทับใจมาตลอดอย่างสม่ำเสมอ เข็มหอม เข็มขาว หรือเข็มโบราณ ชื่นชมในความสวยแบบเรียบง่ายดูสบายตา แต่เพราะดูไม่โดดเด่นหรือไร ไม่ค่อยเห็นใครพูดถึงนัก ทำไมเราถึงชอบนักชอบหนานะ

ประยงค์


เคยรู้สึกว่าไม่ชอบประยงค์เอาเสียเลย ดอกอะไรเป็นเม็ดๆ ไม่เหมือนดอกไม้ แต่เมื่อรู้จักกับกลิ่นหอมของประยงค์ ทำเอาหลงเสน่ห์ได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้กำลังบานสะพรั่งเต็มต้น เราก็สูดเอาๆ ใครถามถึงกลิ่นหอมของดอกอะไร เราก็ชอบอวดอยู่บ่อยๆ ว่าหอมดอกประยงค์ไง

นมแมว


จะหาดอกนมแมวบานสวยๆ หน่อย โรยราไปหมดเสียละ ก่อนหน้านี้ยังเห็นบานอยู่หลายดอก เพราะละเลยจึงงอนไปเสียละ เก็บมาได้แต่ดอกตูมๆ ชอบสับสนความหอมของดอกนมแมวกับลำดวน แต่ดอกลำดวนนี่นะยามเย็นๆ หอมน่าหลงใหลอย่าบอกใคร

มะลิซ้อน


หอมนี้กลิ่นที่ใครๆ ก็คุ้นเคย หอมดอกมะลิ มีผลิตภัณฑ์สารพัดกลิ่นมะลิ แต่ไม่สู้หอมดอกมะลิจริงๆ

ลีลาวดี


ถ้าเป็นพันธุ์ที่เรียกว่า "ขาวพวง" คงจะรับประกันความหอม แต่ลีลาวดีสีอื่นๆ โดยเฉพาะสีจัดๆ ดมใกล้ๆ จึงจะได้กลิ่นอ่อนๆ ...

สูดความหอมของดอกไม้จนเต็มปอด พอจะไล่ความเหนื่อยอ่อนให้หายไป

25 เม.ย. 2549

ก่อนแต่ง..หลังแต่ง

สวนสำหรับคนที่รักอยากจะมีสวนย่อมมีความหมายกับความรู้สึกของเจ้าของสวน บางครั้งเราเคยผ่านบ้านหลายๆ บ้าน เวลาเจอสวนที่ไม่ได้รับการดูแลจะรู้สึกว่า เฮ้อ! ช่างไม่น่ามอง ครั้นพอผ่านบ้านไหนที่ไม่มีสวนให้รกเวลาไม่ได้ดูแล บ้านนั้นก็ดูโล่งขาดความมีชีวิตชีวา ขาดความสดชื่นของสีเขียวๆ ใบไม้ วันนี้นั่งๆ ดูภาพของสวนบ้านหลังหนึ่ง ที่ได้นั่งดูเพราะเพิ่งจัดเสร็จไปไม่นาน เป็นบ้านชั้นเดียว มีพื้นที่สำหรับบริเวณสวนอยู่กลางบ้าน ตรงบริเวณรอบๆ ที่มองออกไปยังสวนเป็นเรือนกระจก ตอนดูภาพสวนทีจัดเสร็จก็คิดว่าอืมก็น่าเอ็นดู แต่พอลองหยิบภาพก่อนจัดมาเทียบ แว้บนึงก็นึกถึงความต่าง ระหว่างการมีสวนกับไม่มีสวน ความสดชื่นและสีเขียวๆ ของต้นไม้มีอิทธิพลกับความรู้สึกไม่น้อย จัดการหยิบภาพมาเทียบกันเพื่อทดสอบความรู้สึกของตัวเอง

ภาพมุมกว้างๆ แต่ไม่ใช่บริเวณทั้งหมดก่อนที่จะเป็นสวน


หลังจากแต่งเป็นสวน แม้จะหนักไปในทางหิน แต่สีเขียวๆ โดยรวมก็สดชื่นขึ้นทันตา


มุมนี้ก่อนจะจัด


หลังจัดเสร็จทำให้รู้สึกว่ามีมุมทางเดินเล็กๆ ให้น่าเดิน


มุมนี้ก่อนจะจัด


หลังจัดเสร็จมีสัดส่วนที่ดูแปลกตาไป


มุมนี้ก่อนจะจัด


หลังจัดเสร็จดูมีเรื่องมีราวมากขึ้น


มุมนี้ก่อนจะจัด


หลังจัดเสร็จ สร้างมุมให้โดดเด่นกว่าเดิม สังเกตจากต้นปาล์มสองต้น (ภาพก่อนและหลังมองจากคนละด้าน)


มุมนี้ก่อนจะจัด


หลังจัดเสร็จเพิ่มความมีชีวิตชีวา


มุมนี้ก่อนจะจัด


หลังจัดเสร็จมองในอีกมุม


มุมนี้ก่อนจะจัด


มองดูภาพรวมของมุมนี้หลังจัด


แล้วมองไปทางมุมนี้


มุมนี้


และมุมนี้

มองดูไปแบบเพลิดเพลิน เออหนอ สวนนั้นมีความหมายต่อความรู้สึกของคนมองจริงๆ หนอ

20 เม.ย. 2549

ไม่มีชีวิต แต่ให้ความรู้สึก


มีอยู่วันนั่งมองตุ๊กตาพวกปูนปั้นเล็กๆ แล้วก็เกิดคำถามว่า "ทำไมคนถึงเอาเจ้าพวกนี้มาแต่งสวนนะ?" แล้วก็คิดคำตอบเอาเองว่า "สงสัยมันให้ความรู้สึกอะไรสักอย่าง เช่น มันน่ารัก เพราะเราจินตนาการว่ามันเหมือนตัวแทนสิ่งมีชีวิต" ว่าแล้วก็เลยลองเก็บภาพเจ้าพวกนี้ ผลปรากฏว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเห็นภาพนี้

เขาถามเราแน่ะว่า "ทำไงถึงได้ถ่ายภาพตอนเจ้าสองตัวนี้มาเจอกันพอดี?" เล่นเอาเรางงแน่ะ ถามกลับไปว่า "เข้าใจว่าไอ้สองตัวนี้มันมีชีวิตจริงๆ เหรอ?" เออเนอะ! เป็นไปได้

อยากจะอำต่อแต่ก็เผลอพูดไปซะแล้วว่าของปลอม

คนก็ช่างปั้นเนอะ

พอพูดถึงเรื่องแบบนี้ ก็จะนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งทุกที คือเรื่อง "Cast Away" ที่พระเอกขวัญใจของเรา Tom Hanks เล่น จำได้ว่าตอนนั้นที่ดูจะ in กับฉากที่พระเอกรู้สึกผูกพันอยู่กับลูกวอลเลย์บอลลูกหนึ่ง จากคนที่ถูกกำหนดชีวิตด้วยเวลา ให้ความสำคัญกับงานและอาชีพในสังคม จนไม่มีเวลาแม้แต่ที่จะใส่ใจกับคนที่รัก จากอุบัติเหตุชีวิตที่ทำให้ต้องถูกทิ้งเพียงลำพังไม่มีใครเลย เมื่อรอบตัวว่างเปล่าเป็นเวลาแสนนาน ความผูกพันกับลูกบอลเพียงหนึ่งลูกกับมีผลต่อจิตใจมาก เหมือนกับว่าสิ่งที่เคยคิดว่าสำคัญก็ไม่มีความหมาย สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะมีความสำคัญกลับมีความหมาย เลยคิดไปว่าบางครั้งความกดดันในเรื่องใดมากๆ ก็อาจจะมีผลทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดเกี่ยวกับชีวิตก็เป็นได้เนอะ
...เออหนอเราเลยเถิดไปเสียไกล

เจ้าตุ๊กตาห้าตัวนี้เราก็ชอบเหลือเกิน เพราะมองไปทีไรก็เห็นแต่รอยยิ้มเสมอ จึงจับทั้งห้านี้ เปลี่ยนมุมที่นั่งเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ่อยๆ

รูปปั้นคางคกพวกนี้ก็เคยคิดว่าจะเอาไปหลอกหมาที่บ้าน ก็ปล่อยให้วิ่งเล่นทีไร ไล่จับคางคกจนน้ำลายเหนียวยืดยาดทุกที อยากรู้ว่า
เวลามันเห็นรูปปั้นเจ้าคางคกพวกนี้มันจะคิดไงนะ..ได้แต่คิดแต่ยังไม่เคยลองดูเสียที

ถึงตอนนี้ก็เลยคิดว่าหากสิ่งไม่มีชีวิต เราสร้างให้มีความหมายกับความรู้สึกเราได้ มันก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้เรามีมุมเพลินใจได้เนอะ