23 ก.พ. 2549

ถึงเวลากล้วยไม้เบิกบาน


วันก่อนกลับถึงบ้านแบบไม่ค่ำเกินไปนัก หลังจากใช้ชีวิตแบบออกจากบ้านตอนยังไม่ทันเห็นแสงอาทิตย์ เข้าบ้านตอนเห็นแสงจันทร์นวล วันนั้นแสงยังพอมีจึงชวนครอบครัวหมูหยองมาวิ่งเล่นรอบๆ บ้าน ตัวเองก็ถือโอกาสชมนกชมไม้ที่ปลูกไว้ไปด้วย ไปถึงกล้วยไม้ลำกล้วยเล็กๆ ที่แปะกับขอนไม้ธรรมชาติเห็นดอกสีส้มเล็กๆ มีสามกลีบกำลังบานอยู่ ตกใจแกมตื่นเต้น เพราะปลูกต้นนี้แบบนิ่งสนิทมานาน ไม่เคยคิดหวังว่าจะได้เห็นดอก แค่วันไหนมาส่องๆ ดูเห็นต้นยังเขียวอยู่ก็ชื่นใจละ วันนี้มีดอกด้วย แต่ต้องข่มใจไว้เพราะไม่มีแสงเหลือพอให้ถ่าย ข้ามไปหนึ่งคืนตื่นเช้ามารีบเก็บภาพกลัวมันจากไปเสียก่อน แล้วเอาเข้าไปโพสต์ถามห้องกล้วยไม้พันธ์ทิพย์ที่นี่มีแต่ผู้ใจดี อัธยาศัยอบอุ่น ได้ช่วยแนะนำบอกชื่อมาจึงรู้ว่าเจ้าต้นนี้มีชื่อว่า "เอื้องไตรดอกนวล"

แล้วเลยถือโอกาสเก็บกล้วยไม้อื่นๆ ที่กำลังบานเช่นกัน ช่วงนี้ใครปลูกกลวยไม้พันธุ์พื้นเมืองก็หน้าบานกันเป็นแถว เพราะเป็นช่วงที่เขาทะยอยออกดอก แต่ดอกนี้ไม่รู้ชื่อคงเป็นตระกูลตะขาบสักตัว ดอกเล็กจิ๋วจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นรายละเอียดพอใช้กล้องถ่ายออกมาก็พอได้เห็นบ้าง

สิงโตก้ามปูใหญ่น่ารักมากออกดอกมาเป็นเดือนแล้วยังไม่หยุด ยังเหลือดอกตูมเตรียมทะยอยบานอีก

แม้จะไม่ชอบพันธุ์ต่างประเทศ แต่เจ้าแคทช่อนี้ก็ทำเอาหลงได้เหมือนกัน ตอนปลูกใส่กระถางแขวนออกทีละดอก แต่พอเอากระถางไปแขวนข้างๆ ต้นปีบรากเลื้อยเกาะต้นปีบ ดูต้นใบสมบูรณ์ขึ้นเป็นกอง แถมออกดอกมาเป็นช่อหลายๆ ดอก บานมาเกือบสองอาทิตย์แล้วยังไม่โรย

เอื้องผาเวียงหรือเอื้องตาวัว สุดแล้วแต่จะเรียกกำลังแตกดอกเต็มกอเช่นกัน แต่ใบโกร๋นหมดไม่เหลือประดับต้นเลย

เอื้องทองไม่ต้องรอเวลาถึงปี มีดอกให้เห็นเป็นช่วงๆ เสมอ

เอื้องผึ้งเป็นช่วงผลิดอกบานเช่นกัน ปลูกติดขอนไม้ใหญ่ บางกอออกดอกบ้างไม่ออกบ้าง

เอื้องคำปลูกเป็นลำเรือมีดอกแค่ช่อเดียว

ที่เหลือก็มีบ้างพอประปราย แค่นี้ก็ชื่นใจละ เพราะเป็นปีแรกที่ลองปลูกกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองไว้ชื่นชม มีความรู้สึกว่ากล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองต่างๆ ของไทยมีความสวยแต่ละพันธุ์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่น่าหลงใหล เห็นอย่างนี้แล้วบอกกับตัวเองว่า เดี๋ยวปีนี้ก่อนจะถึงเวลากล้วยไม้บานปีหน้า จะขุนเจ้าพวกที่มีอยู่ให้สวยเบิกบานสะพรั่ง

14 ก.พ. 2549

โกรธมันดีไหมหนอ


ธรรมชาติสอนให้เรารักสงบ และมีจิตใจที่อ่อนโยน แต่ดูไอ้ตัวนี้สิมันกินใบไม้ของต้นจนเรียบโกร๋น แถมมีพรรคพวกเป็นฝูง หลักฐานเห็นๆ กับกิ่งที่มันเกาะ หนอย! ทำเอาเราโกรธมันจนตัวสั่น เอาไงดี...กำจัดให้สิ้นซาก หรือแค่เขี่ยให้พ้นทางดี เฮ้อ!!!เห็นมันแล้วปวดใจ

10 ก.พ. 2549

ของเล่นในสวน

หลังๆ เวลาไปไหนมาไหนชอบดูเขาจัดสวนกัน ดูบ่อยๆ ก็ได้ความคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า เสน่ห์ของสวนบางครั้งไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้ในท้องตลาด อยู่ที่คนจัดจะมีมุขอะไรมาเล่น (จะใช้คำว่ามีหัวคิดสร้างสรรค์ก็กลัวจะเข้าตัวเพราะเราไม่มี :P) เลยลองๆ คิดดูว่า องค์ประกอบหรือวัสดุอะไรที่มีอยู่ในสวน จะจับมาใส่กันให้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้น ให้ของธรรมดาแต่ดูไม่ธรรมดาอย่างไรได้บ้าง แค่เท่าที่พอจะคิดออกได้ แต่คนที่มีหัวหน่อยก็คงจะได้อะไรอยู่มากโข อย่างต้นไม้ที่มีอยู่ ตกแต่งเสียใหม่ไม่อยากให้อยู่ในกระถางธรรมดา เช่น พวกเฟิร์นเนี่ย ก็มีอะไรให้เล่นเพลิดเพลินอยู่เยอะ

จับเฟิร์นนาคราชมาใส่ขอนไม้มีโพรง ตกแต่งรอบเฟิร์นเสียหน่อยพอให้เกิดมีสีสันตัดกันระหว่างขอนกับเฟิร์นด้วยพรมออสเตรเลีย น่ารักซะ...


เบื่อเฟิร์นในกระถางก็ปล่อยให้โตกับก้อนหิน อันนี้ต้องใช้เวลาหน่อย เอามาวางแถวขอบน้ำตกทำเองยิ่งเข้าบรรยากาศ


กนกนารีเลื้อยปล่อยให้ขึ้นธรรมชาติบนหินเช่นกัน


ตัวนี้หอบหิ้วที่เขาจัดแล้วมา เฟิร์นก้านดำใบเล็ก มีความน่ารักในตัวอยู่แล้ว ใส่กระถางเก๋ๆ หน่อย แถมมีนกสีสดใสอีกตัวแปะมาด้วย


คล้าแคระเอาออกจากกระป๋องพลาสติกดำแต่งเสียใหม่ในกระถางรูปหอยเชลล์น่ารักดี


เอาตุ๊กตาไก่ดินเผาสีเก่าๆ ไปวางบนไม้เกวียนเก่า โห! ได้บรรยากาศเชียว


จับคางคกตัวเล็กใหญ่ใส่บนแผ่นดินเผาใบบัวดูเป็นครอบครัว เอาไปวางแถวน้ำๆ ดูน่ารักเชียว

เออเนอะ ทำไปทำมาก็เพลินดี เหมือนมีของเล่นให้เล่นสนุกในสวนได้

1 ก.พ. 2549

เมื่อถึงเวลาดอกไม้ก็บาน...หิรัญญิการ์


ช่วงนี้ไปไหนๆ ก็เห็นหิรัญญิการ์บาน แม้แต่ต้นที่ปลูกไว้ก็กำลังทะยอยผลิบาน เมื่อยามหิรัญญิการ์บานเป็นความสวยที่ชวนมอง ดูยิ่งใหญ่อลังการและสวยสง่า ยามเย็นๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชย ชวนให้สุนทรีย์ในอารมณ์ หิรัญญิการ์ก็อาจจะเป็นแบบทดสอบหนึ่งที่พิสูจน์ใจของคนที่รู้จักอดทนและรอคอย เพราะปลูกกว่าจะโตจนมีดอกนั้นใช้เวลาไม่ใช่เล่น แต่เมื่อถึงเวลาโตเต็มที่แล้ว ผลผลิตของความงามก็เป็นรางวัลที่คุ้มค่ากับผู้ที่รอคอย และต้นยังซื่อสัตย์จงรักภักดี หากเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดีสม่ำเสมอ เมื่อถึงเวลาของทุกปีหิรัญญิการ์จะบานสะพรั่งเต็มต้นไม่เคยขาดหาย
เหมือนเราตอนนี้ก็เฝ้าชื่นชมหิรัญญิการ์ของเราบาน

เมื่อวานมีโอกาสไปทำบุญที่วัดปัญญานันทารามกับเพื่อนๆ ที่ทำงาน ไปช่วงเวลานี้ของทุกปี ไปทีไรก็ก็จะเป็นช่วงของหิรัญญิการ์บาน ได้เห็นซุ้มหิรัญญิการ์ผลิดอกเบ่งบานเหมือนทุกปี แถมยังรู้สึกว่าต้นที่เห็นนี้แต่ละปีโตขึ้นเรื่อยๆ

เนี่ยเป็นหลักฐานช่วยยืนยันเป็นอย่างดีว่า เมื่อถึงเวลาดอกไม้ก็จะบานหากรู้จักอดทนและรอคอย

แถมปีนี้พิเศษหน่อยมีฝักลูกเบ้อเร่อ ยังกะลูกมะละกอ เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน

เดินดูใกล้ๆ กันก็ไปสะดุดกับป้ายปรัชญาที่ให้คติธรรมชีวิต ที่จะมีแขวนอยู่ทั่ววัด แต่ป้ายนี้มีใจความว่า

เห็นแล้วก็ชวนให้คิดดีแท้ว่า ดอกไม้เมื่อถึงเวลาฤดูกาลยังไงก็เบ่งบาน ยกเว้นเสียแต่ว่ามีปัจจัยอื่นที่ขวางกั้นไม่ให้เป็นอย่างนั้น แต่ชีวิตคนเรานี่สิ เอาแน่นอนเอานอนอะไรไม่ได้เสียเลย เราพบแต่ความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อย การมีชีวิตอยู่ในความไม่ประมาทเท่านั้นอาจจะเป็นหนทางช่วยให้เราหลีกเลี่ยงสิ่งไม่คาดคิดนั้นได้บ้าง
ไอ้ตัวเรานั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้เข้าวัดเข้าวาเอาเสียเลย ต้องมีใครมาชวนถึงจะได้โอกาสไปกับเขา ถึงกระนั้นก็รู้สึกว่า ที่สถานที่แห่งธรรมนี้ เมื่อได้ย่างกรายเข้ามาก็ชวนให้ใจได้สงบอยู่ไม่เบา