1 ก.พ. 2549

เมื่อถึงเวลาดอกไม้ก็บาน...หิรัญญิการ์


ช่วงนี้ไปไหนๆ ก็เห็นหิรัญญิการ์บาน แม้แต่ต้นที่ปลูกไว้ก็กำลังทะยอยผลิบาน เมื่อยามหิรัญญิการ์บานเป็นความสวยที่ชวนมอง ดูยิ่งใหญ่อลังการและสวยสง่า ยามเย็นๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชย ชวนให้สุนทรีย์ในอารมณ์ หิรัญญิการ์ก็อาจจะเป็นแบบทดสอบหนึ่งที่พิสูจน์ใจของคนที่รู้จักอดทนและรอคอย เพราะปลูกกว่าจะโตจนมีดอกนั้นใช้เวลาไม่ใช่เล่น แต่เมื่อถึงเวลาโตเต็มที่แล้ว ผลผลิตของความงามก็เป็นรางวัลที่คุ้มค่ากับผู้ที่รอคอย และต้นยังซื่อสัตย์จงรักภักดี หากเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดีสม่ำเสมอ เมื่อถึงเวลาของทุกปีหิรัญญิการ์จะบานสะพรั่งเต็มต้นไม่เคยขาดหาย
เหมือนเราตอนนี้ก็เฝ้าชื่นชมหิรัญญิการ์ของเราบาน

เมื่อวานมีโอกาสไปทำบุญที่วัดปัญญานันทารามกับเพื่อนๆ ที่ทำงาน ไปช่วงเวลานี้ของทุกปี ไปทีไรก็ก็จะเป็นช่วงของหิรัญญิการ์บาน ได้เห็นซุ้มหิรัญญิการ์ผลิดอกเบ่งบานเหมือนทุกปี แถมยังรู้สึกว่าต้นที่เห็นนี้แต่ละปีโตขึ้นเรื่อยๆ

เนี่ยเป็นหลักฐานช่วยยืนยันเป็นอย่างดีว่า เมื่อถึงเวลาดอกไม้ก็จะบานหากรู้จักอดทนและรอคอย

แถมปีนี้พิเศษหน่อยมีฝักลูกเบ้อเร่อ ยังกะลูกมะละกอ เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน

เดินดูใกล้ๆ กันก็ไปสะดุดกับป้ายปรัชญาที่ให้คติธรรมชีวิต ที่จะมีแขวนอยู่ทั่ววัด แต่ป้ายนี้มีใจความว่า

เห็นแล้วก็ชวนให้คิดดีแท้ว่า ดอกไม้เมื่อถึงเวลาฤดูกาลยังไงก็เบ่งบาน ยกเว้นเสียแต่ว่ามีปัจจัยอื่นที่ขวางกั้นไม่ให้เป็นอย่างนั้น แต่ชีวิตคนเรานี่สิ เอาแน่นอนเอานอนอะไรไม่ได้เสียเลย เราพบแต่ความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อย การมีชีวิตอยู่ในความไม่ประมาทเท่านั้นอาจจะเป็นหนทางช่วยให้เราหลีกเลี่ยงสิ่งไม่คาดคิดนั้นได้บ้าง
ไอ้ตัวเรานั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้เข้าวัดเข้าวาเอาเสียเลย ต้องมีใครมาชวนถึงจะได้โอกาสไปกับเขา ถึงกระนั้นก็รู้สึกว่า ที่สถานที่แห่งธรรมนี้ เมื่อได้ย่างกรายเข้ามาก็ชวนให้ใจได้สงบอยู่ไม่เบา

ไม่มีความคิดเห็น: