7 ก.ย. 2549

ที่ไหนๆ ก็ไม่ขาดสีเขียว

เมื่อเช้าโบกแท็กซีมาทำงาน พอก้าวขึ้นรถเอี้ยวตัวปิดประตูยังไม่ทันสังเกตอะไร กลิ่นมะกรูดหอมสดชื่นมาแตะจมูก หลังจากปิดประตูเสร็จหันกลับมา ยิ่งกว่าความสดชื่นของกลิ่นมะกรูด เพราะนอกจากจะมองเห็นลูกมะกรูดวางอยู่หน้ารถแล้ว ยังมองเห็นพรรณไม้นานาพรรณปลูกในรถแท็กซี่อีกด้วย โหสุดยอด! ประทับใจเป็นที่สุด เลยถามเขาว่าชอบต้นไม้เหรอ เขาบอกว่าครับ ขอบอกว่าไม่ธรรมดาเลยนะเพราะไม่ใช่แต่เพียงเขาเอามาประดับรถเป็นชั่วครั้งชั่วคราว แต่เขาปลูกในรถจริงๆ ปลูกเป็นเรื่องเป็นราวและเติบโตงดงามดี ยิ่งมองพินิจพิจารณายิ่งมองเห็นลึกซึ้งไปถึงความใส่ใจและความละเอียดของเจ้าของรถ แหมเสียดายจังไม่มีกล้องอยู่ติดมือ แถมมือถือเจ้ากรรมที่มีกล้องด้วยก็หายไปเมื่อวานนี้ พูดถึงตรงนี้ก็ให้นึกเจ็บใจ พูดอยู่กับตัวเองเสมอว่าไอ้มือถือเนี่ยมีฟังก์ชันสารพัด แต่เราใช้มันไม่กี่อย่างเอง เสียดายเงินที่ต้องซื้อความแพงจากฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้ เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่นึกถึงประโยชน์ของกล้องจากมือถือ...แต่ก็ไปซะละ ไม่เป็นไรบรรยายเอาละกัน...
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ตรงกลางคอนโซลหน้ามีกระถางโป๊ยเซียนแคระ ออกดอกสะพรั่ง และงดงามดี เป็นตำแหน่งที่โดนแดดโป๊ยเซียนจิ๋วๆ จึงงามนัก ที่น่ารักคือกระถางนั้นทำด้วยกระป๋องน้ำอัดลม แล้วก็มีช่อเดฟกระเป๋าลักษณะการเลื้อยบอกถึงการปลูกมั่นคงมานานพอประมาณ ปลูกในเปลือกของเมล็ดไม้สักอย่างเรียกชื่อไม่ถูก มองมาด้านข้างที่นั่งสองฝั่งเหนือหัวมีหลอดไฟกลมๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วปลูกพลูด่างห้อยย้อยลงมาไม่รก หลอดไฟนั้นก็แปะติดเรียบร้อย ด้านคอนโซลหลังมีต้นไม้ปลูกในกะลามะพร้าว เอื้องผึ้งเกาะขอนไม้ และโป๊ยเซียนจิ๋วปลูกในกระป๋องน้ำอัดลมเช่นกัน และประดับของตกแต่งธรรมชาติเล็กๆ น้อยๆ แต่พองาม ตรงกลางระหว่างที่นั่งคนขับเป็นตู้กระจกเหมือนตู้ปลาเล็กๆ ปลูกราชินีสีทองในน้ำ มีตะไคร่เขียวๆ ขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ประสาทสัมผัสที่รับความสดชื่นด้วยสายตา จมูกสูดเอากลิ่นหอมของลูกมะกรูด แล้วหูก็ยังได้ฟังข่าวสารบ้านเมืองจากข่าวที่เปิดจากวิทยุในตัวรถ มองขึ้นไปด้านบนเห็นภาพพระ ภาพในหลวง และภาพผู้ใหญ่สูงวัยชายหญิงเดาว่าอาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ของพี่คนขับ สิ่งต่างๆ ที่บรรยายมานี้อาจจะไม่ใช่ความสวยงามอลังการน่าตื่นตาตื่นใจ แต่เป็นความประทับใจในความละเอียดอ่อนของพี่คนขับ ความพิถีพิถัน ความใส่ใจ การดัดแปลงของที่ใช้แล้วไม่ต้องทิ้งเอามาประยุกต์ใช้โดยไม่ต้องซื้อหาของใหม่ให้เปลืองเงิน น่าจะบ่งบอกถึงการรู้จักคุณค่าของสิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ ชวนให้นึกถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียง แม้กระทั่งการฟังข่าวสารจากวิทยุของพี่เขาก็ชวนให้นึกถึงการเลือกรับแต่สิ่งที่ประโยชน์และเพิ่มพูนให้กับตัวเอง นึกๆ ไปว่า ความต่างทางฐานะเศรษฐกิจของคนในสังคมมีมากเป็นเรื่องธรรมดา และอาจจะเป็นเรื่องที่เลือกไม่ได้ เราทุกคนคงอยากอยู่อย่างสบายไม่มีปัญหา แต่การใช้ชีวิตและเลือกแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้กับตัวเองเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเลือกให้กับตัวเองได้ สำหรับความประทับใจที่ได้วันนี้นั้นบอกกับตัวเองได้ว่า เราสามารถทำสิ่งที่เราชอบได้โดยไม่สร้างเงื่อนไขมาเป็นอุปสรรค อยู่ในรถก็ปลูกต้นไม้ได้ สีเขียวๆ จึงตามเราไปทุกแห่งหน คุณค่าของสิ่งของที่เรามีไม่ได้อยู่ที่การได้มา แต่อยู่ที่ว่าเราสามารถสร้างสิ่งที่เรามีอยู่ให้เพิ่มเติมได้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น: