|
"เกล็ดกระโห้" ชอบตั้งแต่เคยเห็นภาพในหนังสือ รู้สึกว่าเป็นดอกไม้ที่น่ารัก แต่คิดว่าคงไม่ค่อยได้เห็นทั่วไปนัก วันหนึ่งเมื่อไปที่สวนหลวงร.๙ จับพลัดจับผลู ไปยืนอยู่ใต้ต้นเกล็ดกระโห้เข้า ตอนแรกนั้นยังไม่รู้ แหงนหน้ามองว่าต้นอะไรเป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่เจอต้นไม้ที่ยังไม่รู้จัก เกล็ดกระโห้ต้นนี้ใหญ่มาก พอมองขึ้นไป เจอดอกเขาเข้า ครั้งแรกตกใจจริงหรือเปล่าเนี่ยเราเห็นดอกของเกล็ดกระโห้แล้ว จากนั้นเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นดีใจ รีบเก็บภาพเหมือนเก็บดอกไม้เป็นพัลวัน อยู่สูงแค่ไหนก็ยื้อจนสุดตัวเพื่อให้ได้ภาพมา
"ยางน่องเถา" คงไม่ต้องบรรยายรายละเอียดนักว่าชอบยางน่องเถาตรงไหน ทั้งสีทั้งรูปร่างนั้นสะดุดตา เจอครั้งแรก และยังไม่เคยเจอที่ไหนก็ตรงสวนสมุนไพรที่สวนหลวงร.๙ พออ่านชื่อรู้สึกคุ้นๆ กลับมาค้นข้อมูลจึงรู้ว่าต้นเดียวกับที่เขาเอาน้ำยางของต้นไปทำเป็นลูกดอกอาบยาพิษนั่นเอง อย่างนี้เข้าข่าย "สวยแต่ร้าย"
 |
จำได้ว่าตอนเจอโมกราชินี้ครั้งแรก ยังไม่รู้ชื่อแต่รู้จักโมกมัน เลยคิดว่าต้นนี้ต้องเป็นโมกแน่นอน แต่โมกอะไรหนอดูสวยสง่าแบบนี้ มองไปรอบๆ ต้นเพื่อหาป้ายชื่อ ตกใจที่เห็นชื่อว่า "โมกราชินี" จริงเหรอเนี่ย เคยอ่านผ่านตาว่าโมกราชินีเป็นไม้พรรณใหม่ของโลกที่เพิ่งค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้นี่นา รีบเก็บภาพกลับมาหาข้อมูลต่อได้ความว่า "โมกราชินี พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ค้นพบโดยศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย สันติสุข...พรรณไม้ใหม่นี้เป็นชนิดที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะดอกที่สวยงาม จัดเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียว (Endemic species) พบเฉพาะในประเทศไทย มีสถานภาพเป็นพรรณไม้ที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก (Rare and endangered species) สมควรที่จะอนุรักษ์และนำมาปลูกขยายพันธุ์ต่อไป กรมป่าไม้จึงขอพระราชทานพระราชานุญาต ใช้ชื่อพรรณไม้ชนิดใหม่ของสกุล WRIGHTIA ตามพระนามของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ว่า “WRIGHTIA SIRIKITIAE MID. & SANTISUK” เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ จากการที่ได้ทรงสนับสนุนและทรงริเริ่มโครงการต่าง ๆ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และเพื่อเป็นสิริมงคลในวงการพฤกษศาสตร์ของประเทศไทย" (คัดลอกจาก โมกราชินี) ดีใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้เห็นดอกโมกราชินี
 |
บอกตรงๆ ว่าแต่ไหนแต่ไรเคยเข้าใจผิดมาตลอดว่า การเวกคือกระดังงา พอต่อมารู้ว่าตัวนั้นคือการเวก แล้วก็มีกระดังงาจีน และกระดังงาสงขลา ลืมนึกถึงกระดังงาธรรมดาไปเสียสนิทว่าหน้าตาเป็นอย่างไร วันหนึ่งเดินดุ่มๆ ในสวนหลวง เจอะต้นกระดังงาไทยเข้า ตอนแรกยังไม่รู้ เห็นแต่พวงดอกย้อยเต็มต้น ตรงต่ำๆ ก็มี ก็ต้นสูงสัก 15 เมตรเห็นจะได้ สวยมากๆ เพิ่งรู้จริงๆ ว่ากระดังงาไทยหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง
จำได้ว่าที่ไปสวนหลวงตอนนั้น สะแกวัลย์กำลังบานสะพรั่ง ยังกับภาพเนรมิต เพราะเคยมาก่อนหน้านั้นไม่เคยเห็นวี่แววเลยว่ามีต้นนี้ เป็นเพราะมีแต่ใบนั่นเองจึงไม่เห็นดอก แต่พอมาตอนนี้ดอกบานสะพรั่ง สวยเกินบรรยาย ทำไมดอกจึงบานสะพรั่งมากมายมหาศาลขนาดนี้หนอ สวยประทับใจประทับตาเหลือเกิน
"นมควาย" ฟังดูชื่อก็ทะแม่งๆ ถึงรูปพรรณสันฐานดอกจะทำให้อนุมานได้ว่าทำไมจึงชื่อนั้น แต่พอเห็นความน่ารักของดอกก็รู้สึกลืมๆ ความหมายของชื่อไปได้ ภาพที่ถ่ายเห็นเพียงดอกเดียวแต่ต้นจริงๆ นั้นดอกเต็มกิ่งก้านไปหมด ลองจินตนาการดูว่าจะน่ารักเพียงใด
ครั้งแรกที่ได้รู้จักต้นกำแพงเจ็ดชั้นที่สวนหลวงฯ นี้บรรยากาศแปลกกว่าเพื่อน ที่ว่าเช่นนี้เพราะว่า เดินๆ ไปๆ ได้กลิ่นโชยมา แต่ไม่ใช่กลิ่นหอมหรอกนะ (หรือใครอาจจะหอมก็ได้) กลิ่นชวนคลื่นเหียน เลยต้องหาว่ากลิ่นของต้นไหนเนี่ย พอมองไปเห็น โหดอกหน้าตาน่ารักแต่กลิ่นไม่ไหวเลย ความน่ารักของดอกทำให้ลืมกลิ่นไปชั่วขณะ รีบเข้าไปเก็บภาพ แต่พอเก็บจนหนำใจ กลิ่นก็เริ่มโชยมาอีกครั้ง ต้องรีบปลีกตัวออกมา มองกลับไปแมลงอะไรไม่รู้บินหึ่งๆ รอบต้น สงสัยคงจะชอบกลิ่น ชื่อ "กำแพงเจ็ดชั้น" เนี่ย จะหมายถึงต้องเอากำแพงมากลั้นกลิ่นถึงเจ็ดชั้นหรือเปล่าหนอ
ที่สวนหลวงร.๙ ยังมีพรรณไม้ธรรมชาติสวยๆ ให้ชื่นชมอีกเยอะ หากใครที่ชื่นชอบต้นไม้พรรณไม้ก็คงรื่นรมณ์กับที่นี่ได้พอสมควร
|