Morning Garden

สวนไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ โลกสีเขียวใบเล็กสำหรับคนรักต้นไม้


หน้าหลัก อรุณสวัสดิ์ สวนดอกไม้ เรื่องเล่าของดอกไม้ ดอกไม้ส่งข่าว มาปลูกต้นไม้กันเถอะ




ที่...ที่ใจสงบ

วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ไปทำบุญที่วัด เพราะกลุ่มในที่ทำงานจะไปที่วัด "ปัญญานันทาราม" คงจะทุกปี เพราะนี่ก็เป็นปีที่ ๒ ที่ไปกัน หลังจากที่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งได้จากไป เราก็ตกลงใจไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ คงจะเป็นธรรมเนียมต่อไป ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่ให้เราได้มีเวลาอย่างน้อยสักปีที่เราจะเข้าใกล้ชิดทางธรรม และธรรมสถาน ชีวิตของคนทำงานในเมืองกรุงก็อย่างนี้ ไม่ค่อยได้มีบรรยากาศที่จะคิดถึงการไปวัดทำบุญ นอกเสียจากการทำบุญทำทานด้วยวิธีอื่น

ทำไมที่นี่จึงเป็นวัด

"ปัญญานันทาราม" ชื่อนี้แปลว่า "ชีวิตที่พอใจยินดีในความเป็นอยู่ด้วยปัญญา" วัดอยู่ที่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อไปถึงวัดจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศร่มรื่นแบบธรรมชาติ พระครูสีลวัฒนาภิรม เจ้าอาวาสของวัด ได้กล่าวถึงบรรยากาศของวัดแบบยิ้มๆ ว่า "ที่นี่ร่มรื่น และเน้นบรรยากาศของวัดแบบธรรมชาติ และอาจจะดูไม่ค่อยเหมือนวัดทั่วไป เคยมีเด็กนักเรียนที่มาเยี่ยมเยือนที่นี่ ก็พาเดินดูรอบๆ บริเวณวัด ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดทาง เด็กถามว่า บริเวณวัดอยู่อีกไกลมั๊ยครับ" แต่ฉันชอบธรรมสถานที่นี่จริงๆ ดูร่มรื่นสงบ ทั้งสถานที่และคนมาเยือน ความที่ไม่เหมือนวัดก็ทำให้มีข้อความป้ายแขวนต้นไม้เป็นข้อคิดแบบคำถาม เหมือนกับป้ายคติสอนใจที่ติดอยู่ตามต้นไม้ตามวัดต่าง บอกว่าวัดนี้เรียกว่า "วัด" เพราะอะไร (ถ้าอ่านไม่ชัดเจน ให้คลิกดูที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น)
ความต่างของวัดนี้จากวัดอื่นจะอยู่ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ การปฏิบัติกิจทางธรรม เช่น การสวด การฟังเทศน์ จึงไม่ได้อยู่ในอุโบสถ ในศาลาอย่างวัดทั่วไป ที่นี่มีอุโบสถที่เรียกว่า "อุโบสถธรรมชาติ" เพื่อระลึกถึงพระพุทธองค์ที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม และปรินิพพานกลางดิน ใต้ร่มไม้ธรรมชาติ พระคุณท่านได้พาเดินชมรอบวัด และแนะนำให้รู้จักสถานที่ แนวคิดกับการจัดวางและก่อสร้างสิ่งต่างๆ ในวัด ฉันรู้สึกศรัทธากับแนวิดที่ว่า "การจัดวางสิ่งต่างๆ การสร้างวัตถุทางศาสนา ล้วนแล้วแต่ทำขึ้นอย่างมีเหตุผล มีเรื่องราว ที่มา ที่ไป ของสิ่งต่างๆ ภาพต่างๆ" ที่ฉันชอบแนวคิดนี้เพราะเท่ากับเป็นการสอนว่า ให้เรารู้จักตัวตนของเรา และทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำลงไป ให้เราตอบได้ว่าเพราะอะไร อย่างภาพหินสลักนูนที่อยู่ที่นั่งยาวหินอ่อนที่บริเวณอุโบสถธรรมชาติข้างล่างนี้ ภาพนี้มีชื่อว่า "ชั่งหัวมัน" ชื่อภาพนี้ก็แสนจะตรงกับคำที่เอาคำแต่ละคำมาต่อกัน คือ คำว่า "ชั่ง" กับ "หัวมัน" เป็นการเล่นกับคำด้วยภาพ แต่ความหมายที่เป็นนามธรรมนั้นก็จะลึกซึ้งอย่างข้อความประกอบภาพนี้ ดังข้างล่างนี้

ภาพชั่งหัวมัน" คติสอนใจชั่งหัวมัน

พอดีไปช่วงเวลาที่พระ จะต้องฉันกลางวัน พระคุณท่านก็ได้ชวนให้ร่วมทานกลางวันที่วัดด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้ก็จะอยู่ที่อุโบสถธรรมชาตินี้ เป็นลานร่มไม้กว้าง มีส่วนที่นั่งรอบเป็นวงกลมแยกเป็นสัดส่วน สำหรับภิกษุ, ภิกษุณี, อุบาสก และอุบาสิกา ฟังเทศน์ฟังธรรมที่นี่ ซึ่งจะต้องใช้การกระจายเสียง เพราะเป็นบริเวณกว้าง การฉันของพระภิกษุ ร่วมกับสังฆาวาสอื่นๆ ที่นี่ก็จะต่างจากที่อื่น เรียกแบบภาษาที่คนทั่วไปจะรู้จักก็คือ เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ มีอาหารวางตรงกลาง ภิกษุ สงฆ์ จะบริการตนเอง รวมทั้งสังฆาวาสอื่นๆ แต่เป็นไปอย่างมีระเบียบ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะล้างทำความสะอาดภาชนะแต่ละคน และในแต่ละขั้นตอน แต่ละกิจกรรมก็จะเป็นไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งหมายถึงว่า การปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ ของเรา จะต้องผ่านกระบวนการคิด การปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบของการอยู่เป็นกลุ่มสังคม เป็นรูปแบบวิถีปฏิบัติที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการปรับวิถีปฏิบัติ ให้กลมกลืน เรียบง่าย เข้ากับยุคปัจจุบัน ของการอยู่ร่วมกัน

กิกรรมของนักเรียนที่มาเข้าค่าย

นอกจากกิจของสงฆ์และสังฆาวาสอื่นๆ แล้ว ที่วัดแห่งนี้ยังเน้นที่การเป็นสถานที่ศูนย์ศึกษา ปฏิบัติ และเผยแพร่พุทธธรรม มีการเข้าค่ายอบรมทางพุทธธรรม เน้นให้เยาวชนได้ใกล้ชิดศาสนา และทางธรรม รวมถึงการปฏิบัติให้มีชีวิต และการสร้างสังคมอย่างสงบสุบ และในทางเรียบร้อย ที่นี่จึงมีเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายอบรมปฏิบัติธรรมร่วมกันเสมอ วันนี้ก็มีกลุ่มนักเรียนที่มาเข้าค่ายเช่นกัน มาหลายวัน และคงจะได้อำลากันแล้ว สีหน้าและท่าทางของเด็กๆ ดูมีความสุขเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ดูมีความเบื่อหน่ายแต่อย่างใด เขากำลังรวมกลุ่มกันเพื่อสรุปกิจกรรมที่ได้อยู่ร่วมกันมา แบ่งกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันวาดรูปเขียนคำบรรยายส่วนใหญ่เป็นกลอนประกอบภาพ บรรยายว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร ได้อะไรบ้าง และประทับใจใคร อะไร อย่างไร เพราะอะไร ทุกคนดูมีความสุขในการทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน
เสียดายที่เวลาฉันมีอยู่น้อย ต้องรีบกลับมาทำงานต่อกัน ฉันจึงไม่ได้มีเวลาเที่ยวด้อมๆ มองๆ สังเกตดอกไม้ ใบหญ้า ในที่ที่เป็นธรรมชาติ และต้นไม้เยอะแยะที่นี่ แม้แต่สวนสาละสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ที่มีที่มาว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์สร้างวัดปัญญานันทาราม และทรงปลูกต้นสาละเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สวนแห่งนี้ ฉันก็ไม่ได้มีโอกาสแวะไปดู จึงได้แต่ภาพกิ้งก่า และดอกโป๊ยเซียนใกล้ๆ ตัวมาฝากกัน

กิ้งก่า โป๊ยเซียน

และเพราะที่นี่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ปรัชญาของธรรมชาติจึงมีข้อคิดให้เตือนใจเรา ฉันก็เลยมีข้อคิดคติเตือนใจจากต้นไม้ใหญ่ที่นั่นมาฝากกัน

ให้...อะไร Contribution of man


เรื่องเล่าของดอกไม้เรื่องอื่น:




สงวนลิขสิทธิ์ | เกี่ยวกับ Morning Garden | ติดต่อเรา: flower [at] morninggarden [dot] com