Morning Garden

สวนไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ โลกสีเขียวใบเล็กสำหรับคนรักต้นไม้


หน้าหลัก อรุณสวัสดิ์ สวนดอกไม้ เรื่องเล่าของดอกไม้ ดอกไม้ส่งข่าว มาปลูกต้นไม้กันเถอะ




พระธาตุดอยสุเทพ

๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

เคยได้ยินคำพูดว่า "ผู้ที่มาเยือนเชียงใหม่แล้วไม่ได้ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ ถือเสมือนว่ายังไม่มาถึงเชียงใหม่" ก็เป็นอันว่าฉันถือว่าได้มาเชียงใหม่แล้ว เพราะฉันมาเยือน และนี่ก็เป็นครั้งแรกของฉัน เมื่อไปถึงฉันพยายามไปหาบันไดที่สูงๆ ที่เขาว่าเหนื่อย เพราะเห็นมีอยู่บันไดเดียว ในจินตนาการของฉันคิดว่ามันจะสูงมาก มากจนเดินไม่ไหว แต่ที่เห็นบันไดทางขึ้นพระธาตุนี้ก็ไม่สูงมากนี่นา เป็นอันว่าเป็นข้อดีไป นั่นคือถ้าเราคิดว่ามันจะหนักหนากว่านี้ เราจะรู้สึกว่าเมื่อเราเจอจริงเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ฉันจึงไม่รู้สึกเหนื่อยในการเดินขึ้น (ลองบอกว่าเหนื่อย ใครอ่านคงจะคิดว่าฉันเข้าขั้นสูงวัย) ในระหว่างทางเดินบันได ฉันจะพบเด็กชาวพื้นเมือง หรือชาวเขาฉันไม่แน่ใจ แต่งชุดชาวเขาเต็มยศ ดูน่ารักน่าเอ็นดูดีเพราะเด็กๆ ทุกคนมีความน่ารักโดยธรรมชาติ (ฉันก็พอจะมองเห็นถึงแม้ฉันจะไม่ใช่ประเภทแบบนางงามรักเด็กก็เหอะ) ที่เด็กๆ แต่งกายแบบนี้มายืนตรงบันได ก็เพื่อให้ผู้ท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เลยสะท้อนให้ฉันคิดไปว่า โลกของเทคโนโลยี และความทันสมัยเป็นสากลทำให้เราเหินห่างจากศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านมากขึ้น จนเมื่อย้อนกลับมามอง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นของแปลก ต้องเก็บไว้เป็นที่ระลึก...

ไม่เหนื่อยแต่หอบบ้างเล็กน้อย แล้วฉันก็ขึ้นไปถึงตรงบริเวณพระธาตุ วันนี้หรืออาจจะวันอื่นๆ ด้วย คนค่อนข้างหน้าตา อาจจะเป็นเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง และคำกล่าวที่ว่าทุกคนต้องมาเยือนนั้นเอง จะน่าอายไหมถ้าฉันจะบอกว่าความรู้เกี่ยวกับพระธาตุดอยสุเทพของฉันมีแค่ว่า พระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดเขาดอยสุเทพ เพราะฉะนั้นที่เหลือในรายละเอียดฉันจึงจนใจที่จะบรรยาย แต่คิดว่าคงจะหารายละเอียดได้ไม่ยากนัก จึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ :) ฉันจะพูดได้เพียงว่าได้ไปเยือนในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชนที่ได้มีโอกาสขึ้นไปกราบไหว้พระบรมธาตุที่บนดอยสุเทพ...นอกจากกิจทางศาสนกิจ ฉันก็ได้เดินบริเวณโดยรอบ ที่นี่ก็มีส่วนที่เหมือนวัดทั่วไปคือมีปรัชญา และสุภาษิตสอนใจ แปะติดตามต้นไม้ตามทางเดิน ที่ช่วยเตือนสติหรือโดนใจอยู่ได้บ้าง ฉันประทับใจกับคำคำสอนเตือนใจที่ว่า

"ระฆังดังเพราะคนตี คนดีไม่ต้องตีก็ดัง"


ฉันบรรยายไม่ถูกว่าประโยคนี้ ทำไมจึงก้องติดอยู่ในใจฉัน อาจจะเป็นเพราะฉันรู้สึกว่า ในโลกใบที่หมุนอยู่นี้ ในสังคมต่างๆ เราพบเราเจอใครอยู่มากมาย เสียงป่าวประกาศโฆษณาคุณศัพท์ อาจจะไม่ใช่สิ่งวัดคุณค่าของคนคนนั้นเสมอไป แต่ในบางครั้งเราอาจจะพบว่า การได้สัมผัสกับใครบางคน สัมผัสที่ความคิด สัมผัสในสิ่งที่เขาทำ และสิ่งที่เขาสร้าง เป็นความรู้สึกที่ดี เป็นความประทับใจสำหรับเรา สิ่งเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้เรารู้สึกดีๆ และเกิดความศรัทธาในตัวเขา เหมือนเขาเป็นระฆังที่ดังกังวาลอยู่ในใจเรา และฉันก็พลอยจะนึกถึงความคิดที่ว่า "ควรทำงานแบบปิดทองหลังพระ" ฉันอาจจะยังไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้นักในหลักปฏิบัติ แต่ฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่น่านิยมและศรัทธา...

เป็นเรื่องปกติของฉัน ที่ไปที่ไหนจะต้องสำรวจดูต้นไม้ว่ามีต้นอะไรบ้าง ก็มีต้นไม้ใหญ่ๆ อย่างอโศกพวง และต้นสาละ ที่บางทีก็ว่าสาละลังกา ฉันเองก็ยังมึนงงอยู่กับสองชื่อนี้ และฉันก็เก็บตกดอกเล็กๆ น่ารัก อย่างผีเสื้อราตรี หรือออกซาลิสสีม่วง กับละอองดาวแถวๆ นั้นกลับมา (ชื่อละอองดาวเพราะมีใบประจุดขาว เหมือนเป็นละอองดาวเล็กๆ จับที่ใบไม้ อืม..ช่างสรรหาชื่อจริงๆ)


"อ็อกซาลิส"

"ละอองดาว"


บันทึกการเดินทาง...ดอกไม้ กับสายลมหนาว...เดินทางต่อไป พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์



สงวนลิขสิทธิ์ | เกี่ยวกับ Morning Garden | ติดต่อเรา: flower [at] morninggarden [dot] com