Morning Garden

สวนไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ โลกสีเขียวใบเล็กสำหรับคนรักต้นไม้


หน้าหลัก อรุณสวัสดิ์ สวนดอกไม้ เรื่องเล่าของดอกไม้ ดอกไม้ส่งข่าว มาปลูกต้นไม้กันเถอะ



ดอกไม้บานที่บ้านภูน้ำค้าง

พักนี้เล็งๆ แต่ว่าจะไปดูดอกไม้ที่ไหนดี บังเอิญได้เปิดเว็บดูสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร "วังน้ำเขียว" เขาว่าเป็น
"สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย" ชักสนใจ แต่ก็ไม่รู้อะไรเท่าไหร่เลยว่าควรจะไปพักที่ไหนอะไรยังไง สุ่มๆ ดูตามที่พักที่เขาให้มาว่ามีที่ไหนบ้าง อ.วังน้ำเขียวก็จะแบ่งเป็นหมู่บ้านต่างๆ แต่ละหมู่บ้านก็จะมีอะไรน่าสนใจแตกต่างกันไป หลักๆ ก็จะมี ชมแปลงสาธิตเกษตรเพาะเห็ดหอม ปลูกหน้าวัว ดอกเบญจมาศ ลำไย องุ่น วกกลับมาที่รายชื่อที่พัก ที่ให้มาก็จะมีสรรพคุณน่าไปทั้งสิ้น ไม่รู้จะตัดสินใจพักที่ไหนดี ก็ไปสะดุดเอาอยู่ชื่อหนึ่ง "ไร่ภูน้ำค้าง" ชื่อไม่เท่าไหร่ สิ่งที่สนใจคือนอกจากบ้านในบรรยากาศธรรมชาติ เขาบอกว่าปลูกดอกไม้รอบๆ บ้าน และที่นั่นมีดอกพัดโบกให้ชมกัน ก็สนใจขึ้นมาทันที แต่ดูรูปบ้านที่เขาเอามาลงให้ดูก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่าไดนัก ก็ยังลังเลถึงจะตั้งไว้ให้เป็นหมายเลขหนึ่งในใจแล้ว ยังไม่อยากจะฟันธงไปเสียเลยทีเดียว กลัวว่าชื่อน่ารักๆ จะทำเอาเราฝันค้างไป แต่พอโทรไปติดต่อทุกที่แล้ว เราก็ยังถูกอัธยาศัยกับเจ้าของไร่ภูน้ำค้างอยู่ดี เลยตกลงจะไปที่นั่น
...เสาร์ ๓๑ กค. คือวันเดินทางของเรา พร้อมกับพี่ น้องๆ ที่ทำงาน รวม ๕ ชีวิตก็ออกเดินทางไป สถานที่แรกที่เราไปคืออุทยานแห่งชาติทับลาน ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย กะว่าจะไปเดินป่า ดูนก เล่นน้ำตกเสียหน่อย รู้สึกตื่นเต้นหน่อยๆ เพราะระหว่างทางที่ไปสดชื่นกับสีเขียวสดข้างทางไปตลอดทาง ทั้งวิว ภูเขา ท้องฟ้า ก็ทำเอาตื่นตาไม่เบา ร้องชื่นชมกันเป็นระยะ เมื่อไปถึงอุทยาน ทางเข้าเราก็ไปด้วยความทุลักทุเล ตลอดทางเห็นแต่ four wheels เต็มไปหมด ตั้มบอกว่าอย่ากังวลไปเลยเราก็ four wheels เหมือนกันแหละ จริงสิเนอะรถเราก็มีสี่ล้อเหมือนกันนี่นา ผลปรากฎว่า เราต้องออกมาเดินสลับกับขึ้นนั่งรถไปตลอดทาง สุดท้ายก็ไปถึงจนได้ แต่ต้องจอดรถไว้แล้วเดินต่อไป ไปน้ำตกสวนห้อม และน้ำตกม่านฟ้า ไม่ไกลนัก แต่ไปแล้วเราก็ค่อนข้างจะผิดหวัง เพราะไม่มีอะไรน่าเร้าใจให้เราดู ไม่เห็นนกสักตัวได้ยินแต่เสียงแว่วมาแต่ไกล น้ำตกที่เห็นก็จะประมาณเป็นแบบน้ำตกจำลอง ให้คิดถึงขนาดของจริงที่ใหญ่กว่านี้สัก ๒๐๐ เท่า เราก็ได้แต่ปลอบกันเองว่าสงสัยน้ำยังไม่เยอะ และสงสัยเราคงไม่ได้ไปในจุดที่เขาเดินป่ากัน ก็เห็นเขามากันโครมๆ คงจะมีอะไรน่าค้นหา น่าดูล่ะนะ ไม่เป็นไร กลับออกมา เจอบ้านหลังหนึ่งนอกรั้วบ้านเป็นต้นมอร์นิงกลอรี่ สีสวยสดใส มองไปข้างในก็เห็นต้นไม้เยอะแยะ อดใจไม่ไหว ขอสมาชิกในรถแวะถ่ายภาพเสียหน่อย เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับเมื่อรู้ว่าจะมาขอถ่ายภาพต้นไม้ ก็อาสาพาดู แนะนำรอบบ้านน่ารักจริงๆ คนรักต้นไม้ คนไหนก็คล้ายๆ กัน เขาชื่นชมในความสวยงามของมัน เขาก็อยากให้เราได้ชื่นชมเช่นกัน ต้นไม้มีเยอะแยะไปหมด นอกจากรั้วของมอร์นิงกลอรี่แล้ว ยังมีช้องนางสีม่วง, ช้องนางสีขาว, ถ้วยทอง, บลูฮาวาย, เทียนหยด, ราชาวดี, บุหงาส่าหรี่, รสสุคนธ์ขาว, เปลวสุริยัน, ศรีมาลา และอื่นๆ อีกมากมาย
โปรแกรมต่อไปของเราก็คือเขาแผงม้า จะไปดูฝูงกระทิงที่เรียกว่าเป็นกระทิงฝูงสุดท้ายที่บ้านเรามีอยู่ แต่เมื่อเราไปถึงปากทางเลี้ยวที่จะไปเขา ก็ต้องถอยทัพ เพราะ four wheels แบบของเราคงจะไปกันไม่ถึงเป็นแน่แท้ ก็เลยต้องพับโครงการของเราเก็บไว้ จากนั้นก็เที่ยวสะเปะสะปะไปตามทาง แต่ถึงอย่างไร ทิวทัศน์และอากาศตามทางก็ช่วยปลอบประโลมให้เราได้เติมเต็มแทนส่วนที่ขาดหายได้
พอได้เวลาที่ควรจะต้องกลับที่พัก คราวนี้แหละ เริ่มคิดแล้วว่ารายการสุดท้ายที่เป็นความหวังเราจะเป็นอย่างไร เราจะต้องผิดหวังเหมือนทุกรายการหรือเปล่า ทางที่ผ่านๆ มาเราเจอที่พักที่มีรายชื่อที่เราเคยติดต่ออยู่จนหมดแล้ว แล้วไร่ภูน้ำค้างเราล่ะ ทำไมยังไม่เห็นป้ายชื่อหรือป้ายโฆษณาเลย หน้าตาจะเป็นยังไงหนอ ขับไปตามเส้นทางที่เขียนบอก เจอแล้ว! ป้ายตัวหนังสือเล็กๆ ตรงทางเลี้ยวเข้าไปไร่ ทำไมตัวหนังสือเล็กจังเกือบมองไม่เห็น หรือว่าเจ้าของไม่กล้าโฆษณา ระหว่างทางเข้าทุลักทุเลขรุขระ สองข้างทางเป็นทุ่งโล่ง ประหนึ่งว่าข้างในจะเป็นป่ากว้าง หรือทุ่งหญ้ามากกว่าจะมีที่พักในฝันของเราได้ เราเริ่มลังเลและเหงื่อตก อยากจะเลี้ยวรถกลับออกไปปากทางหาที่พักใหม่ แต่ยังติดที่จรรยาบรรณของลูกผู้หญิง เราโทรมาจองเขาแล้ว และที่สำคัญเราเลี้ยวรถกลับไม่ได้ทางมีให้แค่ช่วงความกว้างรถพอดีเราต้องวิ่งไปจนกว่าเราจะสามารถขยับขยายรถได้ เป็นอันว่าเราต้องเดินทางต่อไป ทุกคนในรถเริ่มวิตกกับหน้าตาที่พัก มองไปข้างทางก็พอจะเห็นกระต๊อบกับบ้านไร้ฝาบ้าง เราก็ลุ้นตลอดทางมาถึงทางแยกสามแพร่ง ทางด้านซ้ายมีบ้านแสนสวยน่าอยู่อยู่หลังหนึ่งเราลุ้นให้เป็นบ้านหลังนั้น แต่ไม่ใช่ เราเห็นป้ายบ้านภูน้ำค้างแล้ว ไม่ตรงไปก็เลี้ยวขวา เอาล่ะสิ เรามองไม่เห็นบ้านอะไรเลยนอกจากทางถนนรกๆ แคบๆ มีโรงเพาะเห็ดทึมๆ มืดๆ อับๆ แต่ยังไงเราก็มาถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องไปดู เมื่อเราเลี้ยวเข้าซอกเล็กซอกน้อยไปถึงที่หมาย บ้านที่อยู่หลังโรงเห็ดนั้น เราแทบไม่อยากเชื่อ พอเปิดรถได้เราทุกคนพรวดพราดลงรถเที่ยวได้สำรวจรอบบริเวณ ช่างถูกใจอะไรแบบนี้ บ้านหลังน่ารัก แวดล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้ มองไปข้างหน้าแวดล้อมด้วยภูเขา และเป็นเนินลาดลงไปเหมือนเรายืนอยู่บนภูเขาอีกลูก ถูกใจสุดๆ บ้านมีสามหลัง หลังที่เราอยู่จะหลังใหญ่และสวยสุด อีกสองหลังก็จะเก๋ๆ ไปอีกแบบ ลานข้างๆ บ้านเป็นบริเวณให้ทำกิจกรรมรอบกลองไฟ มีถังเตาสำหรับทำบาร์บีคิวปิ้งย่าง มีเก้าอี้นอนไม้ไผ่เล็กไว้นั่งนอนชมฟ้าชมดาว ได้บรรยากาศโรแมนติก ยิ่งได้พบกับเจ้าของยิ่งไม่ผิดหวังในอัธยาศัย และมื้อเย็นนั้นเจ้าของบ้านก็ได้พาไปร้านเสต็กที่ขับรถเลาะไปจนเราแทบนึกไม่ออกว่า จะมีร้านเสต็กรสชาติอย่างร้านเสต็กหรูๆ ในท่ามกลางธรรมชาติขุนเขานั้น และคืนนั้นเราหลับอย่างเป็นสุข ในบรรยากาศบ้านแบบ open air พร้อมด้วยความตื่นเต้นรอคอยพรุ่งนี้เช้าใด้มีแสงสว่างมากพอให้เราได้เก็บรูป โดยเฉพาะพวงหยกที่ห้อยย้อยอยู่ซุ้มประตูบ้าน ช่างน่ารักจับจิต


บ้านน้ำค้าง

บ้านน้ำค้าง

เก้าอี้ชมฟ้า

เช้าวันใหม่แล้ว เรื่องน่าตื่นเต้นของเราเรื่องแรกคือการดูหมอกยามเช้า อยากจะบรรยายเป็นคำศัพท์ที่กำลังฮิตพูดกันจริงๆ เลยว่า "unseen Thailand" ก็ตื่นขึ้นมาได้เห็นหมอกท่ามกลางขุนเขาข้างหน้าสายตาก็ตื่นเต้นจะแย่อยู่แล้ว แต่นี่ดูอยู่ดีๆ ก็มีกลุ่มควันหมอกพ่นออกมาจากหุบเขาเหมือนเทวดามาเป่าเล่นให้ดู สักพักก็ไล่กระจายมาจนกระทั่งเข้ามาในบ้านตรงที่เรายืนอยู่ ช่างเป็นภาพที่ประทับใจ และรู้สึกตื่นเต้นจริงๆ

หมอกยามเช้า

หมอกยามเช้า


พวงหยก
แล้วก็มาถึงเวลากิจกรรมแสนสนุกของเรา ทั้งหมด ๕ คนพกกล้องกันมาคนละตัว เราต่างแยกย้ายกันบันทึกความงามของดอกไม้กันคนละมุมวนเวียนกัน ที่บ้านภูน้ำค้างมีดอกไม้แปลกๆ ตามาให้ชม ด้วยอากาศทำให้ที่นี่ทำให้ดอกไม้สวยงามตาต่างไปจากบรรยากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา เริ่มตั้งแต่เปิดประตูบ้านมาก็จะเจอซุ้มพวงหยก ใครๆ ก็ว่าสีสันสวยแปลกตาจนฉันสามารถจินตนาการสีสันสวยแปลกตาของมันได้ ที่ว่าอย่างนี้เพราะฉันช่างมีความอาภัพในเรื่องสี เพราะบอดสีจึงทำให้ฉันไม่สามารถบรรยายจินตนาการอะไรที่เกี่ยวกับสีให้ใครฟังได้ เราต่างรุมถ่ายเจ้าพวงหยกประหนึ่งว่ามันเป็นดาราดัง นอกจากนี้มีต้นไก่ฟ้า หน้าตาเหมือนไก่ฟ้ายังกะแกะ ที่แปลกหาดูไม่ค่อยได้อีกก็คือเจ้าต้นหนำเลี๊ยบดอกสีขาว ลูกสีดำอมม่วง (เขาว่ากันนะ) และดอกที่ฉันคงจะไม่ได้เจอที่อื่นก็คือสนเกรวิลเลีย ชื่อเพราะนะ ตรงซุ้มพวงหยกก็จะมีซุ้มมอร์นิงกลอรี่แซมๆ อยู่ ทำให้ดูสวยสดใสขึ้นอื่น นอกนั้นก็มีพุ่ม และต้นดอกต่างๆ ได้แก่บลูฮาวาย พอปลูกเยอะๆ ก็ดูสวยละลานตา มีพุ่มของพยับหมอก ชมพูฮาวาย ชบา พุดชมพู หญ้าหนวดแมว แตรนางฟ้า กระดุมทอง ขิงแดง ไข่มุกอันดามัน นางแย้ม ราตรีสวรรค์ ชงโค และอื่นๆ อีกมากมาย



บลูฮาวาย

พยับหมอก

ไข่มุกอันดามัน

หญ้าหนวดแมว

มอร์นิงกลอรี่

พุดชมพู

สนเกวเลีย

ไก่ฟ้า

แตรนางฟ้า

กระดุมทอง

ราตรีสวรรค์

ดอกหนำเลี๊ยบ


หลังจากเก็บภาพจนเป็นที่พอใจ กิจกรรมสำคัญของเราต่อไปคือการไปเก็บเห็ดหอมสดๆ รู้สึกเพลิดเพลินไม่เบา การได้ใช้ชีวิตในมุมนี้ทำให้รู้สึกหลุดโลกไปได้บ้าง เป็นความตื่นตาตื่นใจที่ไม่หวือหวา ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกสำหรับการมาพักในที่ที่เราไม่ต้องกังวลกับเรื่องค่าชาร์จการบริการและทำตัวได้สบายๆ เหมือนบ้านเครือญาติของเราเอง เจ้าของบ้านเริ่มทำให้เราจุดประกายความฝันตัวเอง เราเริ่มอยากมีที่ดินเพื่อแต่งเติมความฝันของเราที่นี่บ้าง เราคุยกันในกลุ่มถึงเรื่องนี้ และเริ่มคิดที่จะค้นหา และอยากทำฝันของเราที่เป็นไปในทางเดียวกันร่วมกัน...ดีเหมือนกันนะ ระยะหลังเรามีชีวิตอยู่กับความจริงเสียจนลืมที่จะฝันอะไรเพื่อให้ชีวิตของเรามีสิ่งท้าทายและสีสันของชีวิตบ้าง...เรากลับออกมาจากที่นั่นกันพร้อมกับความฝันเล็กๆ ที่คิดว่าจะสานต่อให้มันเป็นจริง

และนี่คือหลักฐานของความสุขของน้องๆ ที่เคยมาพักที่นี่ และประทับความทรงจำไว้ให้เจ้าของบ้านภูน้ำค้างไว้เป็นที่ระลึก

'ปล. เก็บตกมาฝากกัน'

ห้องน้ำชาย
ป้ายบอกห้องน้ำชาย

ห้องน้ำหญิง
ป้ายบอกห้องน้ำหญิง

เรื่องเล่าของดอกไม้เรื่องอื่น:




สงวนลิขสิทธิ์ | เกี่ยวกับ Morning Garden | ติดต่อเรา: flower [at] morninggarden [dot] com