๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘
ผ่านพ้นสีสันแห่งดอกไม้เมืองหนาว บรรยากาศของปีใหม่ยังไม่จางหาย ล้มร้อนก็มาย่างกราย หรือเป็นเพราะโลกร้อนขึ้นทุกวัน จึงรู้สึกว่าอากาศเย็น ๆ หนาว ๆ มีเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ ยิ่งพอถึงเมษายนร้อนจนเจ้าหมูหยองที่บ้านนั่งลิ้นห้อยน้ำลายหยดติ๋ง ๆ ระบายความร้อน แต่ร้อนนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ กว่าทุกปี ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะฉันเพิ่งสังเกตว่าในแสงแดดลมร้อนที่แผดเผา มีสีสันที่สดใสของดอกไม้ในสายลมร้อนสอดแทรกมาดับความร้อน เพิ่มความสดใส ที่บอกว่าเพิ่งสังเกตนั่นก็เป็นเพราะฉันเพิ่งมาหมกมุ่นกับต้นไม้ใบหญ้าอย่างจริงจังเมื่อไม่นานนี่เอง ดังนั้นต้นไม้ที่ไหน ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกหญ้า จนถึงต้นสูงเสียดฟ้าก็จะผ่านสายตาเข้ามาประทับอยู่ในใจฉัน จากแต่เดิมที่มองต้นไม้สองข้างทางว่าเป็นต้นไม้ใหญ่มีใบสีเขียว จะฤดูไหนมันก็เป็นแบบนั้น แต่ฉันเพิ่งรู้ว่าในสายลมร้อน ไม้ใหญ่ต่างแข่งกันผลิดอกเปล่งสีสัน ทั้งเหลือง แดง เขียว ขาว ม่วง ชมพู ทำให้เริ่มรู้สึกว่าในลมร้อนนี้มีเสน่ห์อะไรให้น่าค้นหา
นับแต่ช่อพวงสีเหลืองอร่ามเต็มต้นของ "ราชพฤกษ์" หรือ "คูณ" หรือเรียกแบบเข้ากับบรรยากาศจริง ๆ ว่า "ลมแล้ง" ราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ประจำชาติไทย นอกจากสีสันสดใสจึงเพิ่มความรู้สึกเด่นตระการตาเข้าไปด้วย โดยเฉพาะบางต้นผลัดใบจนไม่เหลือมองเห็นแต่ดอกเหลืองอร่ามไปทั้งต้น
 |
 |
และที่โดดเด่นมาก ๆ ไม่แพ้กันในต้นฤดูร้อน คือสีชมพูของต้นไม้ใหญ่ที่บานสะพรั่ง สีหวานสวยจนน่าหลงใหล มองไปทางใดก็เห็นอยู่เต็มต้นคือ "ชมพูพันธ์ทิพย์" ฉันพยายามถามทบทวนกับตัวเองว่า "นี่เราเพิ่งรู้จักต้นชมพูพันธ์ทิพย์จริง ๆ เหรอ ทำไมแต่ก่อนนั้นจึงไม่เคยเห็นภาพแบบนี้ หรือไม่เคยมอง"
ที่บานแข่งกับชมพูพันธ์ทิพย์ คือสีแดงและขาวของทองหลางด่าง ให้ตายเถอะฉันเพิ่งรู้ว่าทองหลางด่างใบสวย ๆ นั้นมีดอก และดอกเมื่อบานเต็มต้น ในขณะที่ผลัดใบทิ้งนั้น เหมือนกับว่าเป็นคนละต้น เมื่อไม่มีดอกก็ให้ดูใบสวย แต่ก็ไม่เพียงแต่ฉันที่ไม่เคยใช้สายตาไว้มองสูง ๆ สังเกตดอกสวย ฉันชี้ให้เพื่อนคนอื่น ๆ ดู ว่านี่ดอกของทองหลางด่างนะ นี่สีแดง นี่สีขาว ทุกคนก็ตื่นเต้น และก็พูดเหมือนกันว่าเอ้ามีดอกด้วยเหรอ ดอกมันสวยมากเลยนะ
และอีกหนึ่งทองหลางที่บานในช่วงนี้เช่นกัน ชอบอยู่ใกล้ ๆ ริมน้ำ จึงเรียกว่า "ทองหลางน้ำ" ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยเท่าทองหลางด่าง ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นเช่นกัน
อีกหนึ่งเหลืองที่สวยสดใส บานสะพรั่งในทุก ๆ ที่ ในช่วงเดียวกันคือ "สุพรรณิการ์" หรือ "ฝ้ายคำ" ทั้งดอกลา และดอกซ้อน
ไม้เลื้อยใหญ่อย่างหิรัญญิการ์ก็บานสะพรั่งให้คนที่ไม่มีอิจฉาเล่น
สำหรับกลุ่มสีออกม่วงที่คุ้นตา บานสะพรั่งไม่ขาดสายทั่วทุกที่ ดอกไม้ธรรมดาที่เห็นอยู่ทั่วไป แต่ยิ่งดูยิ่งสวยสบายตา คือกลุ่มตะแบก อินทนิล และเสลา ซึ่งจนถึงป่านนี้ฉันก็ยังมึนงงสับสนในการจำแนก ว่าต้นไหนชื่ออย่างไร รู้เพียงว่าอยู่กลุ่มเดียวกัน และเมื่อออกสะพรั่งเต็มต้นสวยมากในความรู้สึก เป็นต้นที่คุ้นตามาตั้งแต่เด็ก แต่ต้นไหนก็เรียกตะแบกเหมือนกันหมด จึงติดปากมาถึงทุกวันนี้
อีกชุดในลมร้อนที่ฉันเพิ่งรู้จักเช่นกัน คือแคแสด และกระพี้จั่น
อีกเหลืองที่บานสะพรั่งสดใส และโดดเด่น คือ "เหลืองปรีดียาธร" หรือ "เหลืองอินเดีย" บ้างก็ว่า "ตาเบบูยาเหลือง" ฉันอดไม่ได้ที่จะมองอย่างหลงใหลทุกครั้งที่ผ่านต้นเหลืองปรีดียาธรสองข้างเส้นทางถนน ดอกเหลืองเต็มต้นสวยเหลือเกิน ทำให้นึกถึงคำถามของเพื่อนญี่ปุ่นของฉันคนหนึ่งว่า "ทำไมเมืองไทยมีแต่ดอกไม้สีเหลือง ?" จริงสิเนอะ! คงจะเป็นแบบที่เขาพูด บ้านเราดอกไม้สีเหลืองเยอะโดดเด่นจริง ๆ ฉันเองก็ไม่รู้จริง ๆ และเพิ่งสังเกตเห็นตามที่เขาว่า ฉันจึงได้แต่บอกเขาตามการสันนิษฐานเอาว่า ประการแรกคงเป็นเรื่องของความเหมาะสมทางชีวภาพ อาจจะบังเอิญที่ต้นไม้หลาย ๆ ต้น ที่เติบโตได้ดีแบบสภาพแวดล้อมในเมืองไทยมีดอกสีเหลือง และประการที่สองเป็นไปได้ที่ว่าเป็นเรื่องของความนิยม สีเหลืองคงเหมือนสีดั่งทอง ถือเป็นศิริมงคล เลยนิยมปลูกกัน แต่นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเดาไปนะ และก็กำชับเขาไปอย่างดีว่ามันอาจจะไม่ใช่ เขาก็บอกว่าที่ฉันพูดนั้นเป็นไปได้
 |
 |
สำหรับสองต้นข้างล่างนี้ฉันประทับใจในความน่ารักมาก ๆ ต้นนึงชื่อ "กาฬพฤกษ์" ฉันว่าดอกสีหวานน่ารัก ดูเหมือนหนูน้อย ๆ ส่วนอีกต้นฉันรู้แต่ว่าชื่อปาโลแซนโทส ชื่อไทยมีหรือไม่ฉันยังหาข้อมูลไม่ได้ ต้นจริงน่ารักเอามาก ๆ ใครได้เห็นคงจะประทับใจเหมือนที่ฉันเป็น
 |
 |
เยอะเอามาก ๆ ทีเดียว พูดถึงทั้งหมดคงจะไม่ไหวเป็นแน่ อย่างช่วงนี้ดอกสีเหลืองของต้นนนทรี และประดู่อังสนาก็เริ่มแตกดอกบานสะพรั่ง ฉันรู้สึกว่าร้อนนี้สีสันสดใสของดอกไม้ ทำให้หัวใจของฉันแช่มชื่น ลืมความร้อนอบอ้าวของลมร้อนไปได้เป็นพัก ๆ ถ้าต้องแลกกับได้ชมสีสันสวยสดใสของดอกไม้ที่เห็นได้แต่ในช่วงนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันได้มีโอกาสพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่เราเคยคุ้นเคยกัน ก่อนที่จะห่าง ๆ กันไป ในช่วงเวลาที่เรารู้จักกันนั้น ฉันยังไม่ได้มองรายละเอียดของต้นไม้อย่างที่มองเหมือนทุกวันนี้ และก็เหมือนเขาที่มองต้นไม้แบบมองตรงไม่ได้แหงนมอง ฉันอยากรู้ว่าเขาจะรู้มั๊ยว่าดอกไม้ในลมร้อนสวยแค่ไหน ฉันถามเขาว่าเขามองต้นไม้รอบตัวอย่างไร เห็นว่ามีดอกมั๊ย และต้นไหนดอกสีอะไร หรือรับรู้เพียงแค่ว่าต้นไม้รอบตัวมีใบสีเขียว เขาตอบว่าอาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ถ้ามีดอกเยอะ ๆ ก็อาจจะสังเกตเห็นนะ ฉันบอกว่าเขาว่าลองดูใหม่นะ มองหาดอกไม้ของทุกต้น แล้วจะทำให้ต้นไม้ที่อยู่รอบตัวเขานั้นดูสวยสดใสขึ้นเป็นกอง และจะทำให้เขารู้สึกได้ความสดชื่นจากต้นไม้รอบ ๆ ตัวเขามากขึ้น เขาบอกว่าจะลองดู คำตอบนี้ทำให้ฉันรู้สึกดีใจมาก อย่างน้อยก็รู้สึกว่าอาจจะมีคนชอบดอกไม้มากขึ้น และฉันอยากให้เขามีความสุขจากการได้มองได้เห็นดอกไม้นั้น เป็นความสุขง่าย ๆ ที่เก็บเกี่ยวได้ด้วยตัวเอง
|