Morning Garden

สวนไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ โลกสีเขียวใบเล็กสำหรับคนรักต้นไม้


หน้าหลัก อรุณสวัสดิ์ สวนดอกไม้ เรื่องเล่าของดอกไม้ ดอกไม้ส่งข่าว มาปลูกต้นไม้กันเถอะ



ดอกไม้ และธรรมชาติ...จากภูหลวง

เต้นท์ที่พัก

เชื่อว่า "ภูหลวง" เป็นที่หนึ่งที่ใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบพรรณไม้ ดอกไม้ ฝันหาอยากมีโอกาสไปที่นั่นสักครั้ง ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากได้ฤกษ์งามยามดี โอกาสมั่นเหมาะ ๑๐-๑๒ ธ.ค. ฉันจึงได้ขอร้องแกมบังคับ เพื่อนๆ ที่ทำงานชวนไปภูหลวงกัน หมายตาไว้ที่ทริปของ treakkingthai.com แต่เมื่อติดต่อไปแล้ว เขาบอกว่าเหลืออยู่ที่เดียวเอง ฉันจึงตัดสินใจทิ้งเพื่อนๆ ทันทีอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะกลัวจะไม่ได้ไป พอวันที่รอคอยมาถึง ฉันอดจะตื่นเต้นไม่ได้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันจะเดินป่าอย่างมีเป้าหมาย จากแต่เดิมการเดินป่าของฉันหมายความว่า เมื่อเริ่มเดินแล้วรู้จุดหมายอยู่ที่ไหน ฉันก็รีบเดินไปเพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางเสียที แต่ครั้งนี้ฉันจะไปแวะเก็บรายละเอียดดอกไม้ พรรณไม้สองข้างทาง พอคิดแล้วฉันก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเดินทาง

เมื่อถึงเวลา ในตอนแรกพระเจ้าคงจะได้ทดสอบความมุ่งมั่นในจิตใจฉันบ้างว่า ฉันอยากจะไปจริงจังสักแค่ไหน พอเริ่มขึ้นรถไปสักพัก สายท่อน้ำมันก็เกิดรั่วไปต่อไม่ได้ โธ่ครั้งแรกของฉันทำไมมันเริ่มมีอุปสรรค "อั๊ง" สตาร์ฟของคณะมีคำถามมาว่า "ทุกคนยังอยากจะเดินทางไปต่ออีกไหม" ฉันใจหายวาบ ภาวนาว่าขออย่าให้ล่มเลย นาทีนี้ฉันไม่อยากกลับบ้าน เราทุกคนยังยืนยันตามเดิม อั๊งจึงพยายามติดต่อรถคันใหม่ แล้วก็ได้แต่ต้องรอเป็นชั่วโมงกว่า ไม่เป็นไรขอให้ได้ไป ระหว่างที่รอฉันเริ่มสังเกตคนรอบข้าง จึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองกลายเป็นของแปลก ก็ทริปที่มาด้วยกัน ๑๐ ชีวิต ถึงแม้จะมาจากต่างที่ แต่อย่างน้อยเขาเป็นกลุ่มตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป มีฉันแบกเป้มาเพียงลำพัง แต่เมื่อเริ่มทำความรู้จัก ทุกคนอัธยาศรัยดีและดูอบอุ่น ความสุขเล็กๆ ที่อยู่ในใจฉันจึงยังไม่จางหาย... และแล้วเราก็ได้เริ่มออกเดินทางด้วยรถคันใหม่


"ผาโหล่นน้อย ภูเรือ"

สมาชิกผู้ร่วมทริปของเรามี พี่ต้อม และคุณพ่อ อีกกรุ๊ปคือ พี่เหมียว ปู และหนึ่ง อีกกรุ๊ปคือ กานต์ วี และหญิง และสตาร์ฟของเรา "อั๊ง" ที่ตลอดทริปของเราต้องขอชมมาที่นี้ว่า บริการได้อบอุ่น จริงใจ และประทับใจ แถมอัธยาศรัยน่ารัก...เราเริ่มออกเดินทางกัน

ถึงเช้าที่ภูเรือ ไม่ได้เช้ามืดอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะเสียเวลากับรถ ที่ภูเรือเมื่อรถวิ่งมองไปข้างทาง ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกไม้ประดับไว้ขาย ส่วนใหญ่ก็เป็นไม้


"ส้มปี้"

เมืองหนาว อย่างพีทูเนียมีแทบทุกหลัง เมื่อมองไปดูสวยงามและสดชื่น เพราะร้านต้นไม้อยู่เรียงรายเป็นแถว และที่แปลกตาคือ ดูเหมือนทุกบ้านจะปลูกต้นแตรนางฟ้ากัน ดอกกำลังออกเต็มต้นดูน่ารัก เราเดินทางไปถึงที่อุทธยานแห่งชาติภูเรือ ที่ผาโหล่นน้อย แม้ไม่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่ตั้งใจ แต่ธรรมชาติเมื่อเรายืนอยู่บนผาปะทะอากาศเย็นๆ ก็รู้สึกสดชื่นไม่เบา...เราแวะดูธรรมชาติในอุทยานนี้สักพัก ที่นี่ฉันได้พบกับดอกส้มปี้ เป็นดอกเล็กๆ ทรงระฆังสีออกขาวชมพู ออกดอกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง สวยน่ารักมาก เห็นแล้วนึกถึงระฆังเล็กๆ ร้อยเป็นพวงดังกรุ๋งกริ๋ง


"กุหลาบพันปีแดง"

หลังมื้อกลางวัน เราเดินทางต่อไปที่ภูหลวงจุดกางเต็นท์ บ่ายแก่ๆ ไปตรงจุดที่เรียกว่าโคกนกกระบา เพื่อที่ไปเดินชมพรรณไม้ที่ลานสุริยัน ไปถึงที่ลงจากรถ ภาพแรกที่ประทับตาประทับใจ คือต้นกุหลาบพันปีสีแดง หรือโรโดเด็นดรอน บานเต็มต้นทั่วลาน เราเดินเข้าชมพรรณไม้ในลานสุริยัน ป่าบริเวณนี้เป็นป่าดิบค่อนข้างโปร่ง พรรณไม้เป็นแบบพุ่มเตี้ย เส้นทางเดินจะเป็นทางแคบๆ ให้เดินเรียงแถวทีละหนึ่ง สองข้างทางก็จะเป็นต้นไม้สูงเสมอเรา ความรู้สึกของฉันเหมือนเดินอยู่บนเขาที่มีต้นไม้รายรอบ เหมือนฉากในหนังเรื่องมังกรหยกที่ติดอกติดใจสมัยเด็กๆ มีกล้วยไม้ป่าขึ้นตามโขดหิน และเกาะยึดตามต้นเต็มไปหมด รอบๆ บริเวณเต็มไปด้วยต้นกุหลาบพันปีดอกขาว ที่มีดอกตูมๆ เต็มต้น เสียดายที่มาไม่ถูกช่วงที่กุหลาบขาว และกล้วยไม้ป่าบาน ฉันจึงได้แต่จินตนาการเอง ไม่ใช่ช่วงดอกไม้บานยังสวยขนาดนี้ เมื่อบานสะพรั่งจะสวยขนาดไหน ฉันพบกล้วยไม้ป่าบ้าง ดอกแรกที่ประทับใจฉันมากๆ คือรองเท้านารีอินทนนท์ ฉันเคยเห็นแต่รองเท้านารีที่อยู่ในกระถาง แต่รองเท้านารีที่ฉันเจอนี้ ขึ้นอยู่ตามซอกหิน โขดหิน มันดูสวยสมบูรณ์และแข็งแรง มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

รองเท้านารีอินทนนท์ รองเท้านารีอินทนนท์

นอกจากนี้ฉันยังพบกล้วยไม้ป่าอื่นๆ อีกบ้าง อย่างเอื้องสำเภางามที่จะบานในช่วงนี้ เอื้องกระเจี้ยง เอื้องสีตาล เอื้องหน้าตาพิลึก ดอกดูกระยึกกระยืออย่างเอื้องขยุกขยุย เอื้องตะขาบขาว


"เอื้องสำเภางาม"

"เอื้องสีตาล"

"เอื้องขยุกขยุย"

"เอื้องตะขาบขาว"

เอื้องเอื้องศรีีเที่ยง เอื้องตาเหิน เอื้องกระเจี้ยง


"เอื้องศรีเที่ยง"

"เอื้องตาเหิน"

"เอื้องกระเจี้ยง"

เอื้องนวลจันทร์ เอื้องสีลา เอื้องน้ำต้น


"เอื้องนวลจันทร์"

"เอื้องสีลา"

"เอื้องน้ำต้น"

ป่าไม้ที่นี่ จะมีลักษณะบางอย่างที่เด่นชัด นั่นคือบางตอนเป็นลานโขดหินน้อยใหญ่ที่มีลวดลายด่างดวงดูไปก็คล้ายกับว่าผิวของก้อนหินเป็นอย่างนั้น

ไลเคนส์

หรือดูอีกทีก็คล้ายเชื้อรากลากเกลื้อน ซึ่งอันที่จริงมันเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ดำรงเผ่าพันธุ์มายาวนานหลายร้อยล้านปีมาแล้ว มีชื่อเรียกว่า "ไลเคนส์" (Lichens) เป็นสิ่งมีชีวิต ๒ ชนิด คือ คือ รา และตะไคร่ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันและกัน เพราะเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่ผลิตอาหารเองไม่ได้ ขณะที่ตะไคร่เป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งแพร่พันธุ์ได้ในบริเวณอันจำกัด เมื่อทั้งสองมาอยู่ร่วมกันจึงได้รับประโยชน์ทั้งคู่ เพราะเชื้อราจะได้รับออกซิเจนและอาหารจากการสังเคราะห์แสงของตะไคร่ ส่วนตะไคร่ก็อาศัยเชื้อราเป็นบ้าน นอกจากไลเคนส์แล้ว ก็จะมีกลุ่มมอส เฟิร์น และข้าวตอกฤๅษีอยู่เยอะมาก
ความเพลิดเพลินจากการชมธรรมชาติในนี้ ยังไม่หมด ฉันพบดอกไม้ป่าแปลกๆ อย่างเช่น ประทัดดอยที่ฉันเคยได้ยินมาว่าหาดูที่อื่นยาก มีส้มแปะ ที่เป็นญาติๆ กะส้มปี้ และช่อไข่มุก นอกจากนี้ก็ยังมีอีกมากมายเกินบรรยาย


"ประทัดดอย"

"ช่อไข่มุก"

"ส้มแปะ"

ฉันชอบป่าที่นี่ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น สามารถเดินได้เพลิดเพลินไม่เหนื่อย เดินไปเกือบถึงทางออกวนรอบไปคนละด้านกับจุดเริ่มต้นที่ทางเข้า เรายังเจอต้นเมเปิลอีกด้วย เสียดายตอนที่ไปยังไม่เจอช่วงที่ใบเมเปิลสวย


"เข้าเขตป่าดิบชื้น"

"ช่วงป่าดิบชื้น"

"ต้นเมเปิล"
และการเดินทางของเราในวันนี้สิ้นสุดลงที่การชมพระอาทิตย์ตกที่ผาเยือง กลับมาถึงที่พัก ก็เป็นอันโกลาหลเรื่องอาบน้ำ

เพราะน่าจะสักประมาณ ๑๐ องศาคงจะได้ หนาวเย็นใช่เล่น


"พระอาทิตย์ตกที่ผาเยือง"

เช้าวันใหม่ของเราเริ่มที่ตีสี่ครึ่ง ทรมานน่าดูแทบไม่อยากมุดออกจากเต้นท์เราต้องตื่นแต่เช้าเพราะต้องใช้เวลาเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผาช้างผ่านถึงชั่วโมงเศษ แต่เมื่อออกเดินทางเราทุกคนก็สดชื่นกระปรี้กระเปร่ากันดี โดยก่อนออกเดินทางต้องลงมือลงแรงเข็นรถกันเล็กน้อย เพราะอากาศเย็นขนาดนี้รถคงจะหนาวเหน็บแล่นสตาร์ทเครื่องติดยากเหมือนกัน เราไปถึงที่หมายและได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาช้างผ่านสมใจ


"พระอาทิตย์ขึ้นที่ผาช้างผ่าน"

หลังอาหารเช้าข้าวต้มหมูสับเห็ดหอมของเรา เราเริ่มการเดินป่าในระยะยาว จุดหมายของเราในวันนี้คือ ผาสมเด็จ และผาเตลิ่น ฉันคงจะไม่สามารถบรรยายในรายละเอียดได้ว่า ระหว่างทางที่เดินฉันเห็นฉันเจออะไรบ้าง เพราะมันคงจะยาวเฟื้อยเหมือนทางที่เดิน เอาเป็นว่าฉันเพลิดเพลินเจริญใจ และมีรูปดอกไม้ป่าที่พบมาฝากกัน ก่อนอื่นก็มาชมวิวทิวทัศน์กันก่อนว่าผาสมเด็จ กับผาเตลิ่น ที่เรายืนดูในมุมมองที่สูงหน้าตาเป็นอย่างไร


"ผาสมเด็จ"

"ผาเตลิ่น"

และต่อไปฉันก็คงจะได้ร่ายให้ฟังว่า ในระหว่างทางของการเดินป่านั้นฉันเจอดอกไม้ป่าอะไรบ้าง ในการเดินป่าแต่ละที่เราก็มักจะเจอดอกซ้ำๆ กันอยู่บ้าง คือประมาณว่าป่าที่ไหนก็จะเจอ อย่างที่เห็นเยอะๆ ก็คือฮ้อมป่า หรือฮ้อมดง แต่มีหลากหลายพันธุ์มาก ฉันเองก็คงจะไม่ยืนยันว่าแต่ละชนิดชื่อฮ้อมอะไรบ้าง เอาเป็นว่า ฉันขอเรียกเจ้าฮ้อมหลายหลายหน้าตา และสีสันว่า "ฮ้อมดง" เหมือนกันหมด ตามที่คุณลุงคนนำทางได้บอกข้อมูลแล้วกัน ลองมาดูว่าหน้าตาของดอกฮ้อมดงที่ว่ามีหน้าตายังไงกันบ้าง

ฮ้อมดง ฮ้อมดง ฮ้อมดง

และดอกอื่นๆ ที่จะพบอยู่มากเช่นกัน ในป่าที่ต่างๆ ได้แก่ ดอกเทียนน้อย เทียนดอยหรือเทียนป่า ดอกหรีด เอนอ้า และอีกสอง สามดอกที่ฉันยังไม่รู้ชื่อ

เทียนน้อย เทียนดอยหรือเทียนป่า ยังไม่รู้ชื่อ
ดอกหรีด เอนอ้า ยังไม่รู้ชื่อ

คราวนี้ลองมาดูดอกไม้ที่เราไม่ค่อยได้เห็นหน้าตากันบ้าง ดอกแรกที่จะแนะนำต้องขอบอกว่าตื่นเต้นมากที่ได้เจอ เพราะดูแปลกตาไม่เคยเห็น ถามคุณลุงนำทางมาได้ความว่าต้นนี้ชื่อ "อีรอก" เอาไว้แล้วจะหาข้อมูลมาสมทบอีกทีว่ามีรายละเอียดอย่างไร ลองดูหน้าตาของเขาก่อน ดูแปลกตาแค่ไหน นอกจากสีเขียวสะดุดตา ดูหน้าตาแล้วหม้อข้าวหม้อแกงลิงก็ไม่ใช่ หน้าวัวก็ไม่เชิง


"อีรอก"
และนี่ดอกช่อสีม่วงสวย เห็นแล้วคงจะนึกไม่ถึงว่าเป็นดอกของต้นตำแย

"ดอกต้นหมามุ่ย"
และนี่ใบของต้นมะฮู้ไข่ปู เสียดายยังไม่มีดอกผลให้ดู แต่แค่ใบก็ดูน่ารัก เห็นตลอดทางเดินป่า

"ใบต้นมะฮู้ไข่ปู"


และต้นนี้ "ต่างไก่เถื่อน"
ดอกต่างไก่เถื่อน เม็ดต่างไก่เถื่อน
และต้นนี้ที่ฉันค่อนข้างจะชอบมากเพราะหน้าตาเหมือนต้นไข่ดาวที่ฉันโปรด มีชื่อว่า "เมี่ยงอาม"

"เมี่ยงอาม"


ยังมีต้นอื่นๆ อีกมากที่คงจะสาธยายได้ไม่หมด เอาแค่พอเห็นภาพหน้าตาดอกไม้ในป่า วันนี้ก็เป็นความสุขอีกวันของคนที่ชื่นชอบธรรมชาติในป่า...

ถึงเวลาค่ำหลังอาหารมื้อเย็น วันนี้มีรายการพิเศษสำหรับพวกเราคือจะมีเจ้าหน้าที่ทางเขตพิทักษ์สัตว์ป่าภูหลวง มาฉาย
สไลด์ให้ความรู้และมุมมองเกี่ยวกับภูหลวงที่เราไม่ค่อยรู้จัก การได้ฟังแนวนี้บ้างก็ช่วยปลุกกระแสจิตใต้สำนึกให้ตระหนักถึงคุณค่าของป่าและสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติได้บ้าง เขาให้ความรู้หลายๆ อย่างอย่างที่พอจะช่วยเปิดโลกทรรศน์ของฉันมั่ง ในส่วนของรายละเอียดฉันก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ตามประสาคนความจำสั้น แต่ก็พอจะได้ความรู้ติดตัวมาอยู่บ้างอย่างเช่นว่า ทำไมจึงมีคำพูดว่า "จงอางหวงไข่" นั่นเป็นเพราะโอกาสของไข่จงอางที่จะอยู่รอดและฟักเป็นตัวมีน้อยมาก และวันนี้ฉันก็ได้รู้จักความหมายของคำว่า "อนุรักษ์" ในมุมมองเพิ่มเติมว่า จากเดิมฉันเคยเข้าใจว่าการอนุรักษ์คือการเก็บรักษาไว้เป็นทรัพย์สมบัติ เป็นสิ่งล้ำค่า และเพื่อไม่ให้หมดไปให้คงอยู่ แต่วันนี้ฉันได้รู้เพิ่มเติมว่า คำว่า "อนุรักษ์" นั้นนอกจากมีความหมายตามที่ฉันเข้าใจ ยังหมายถึงอีกว่า อนุรักษ์คือการรักษาเพื่อใช้สอย ซึ่งก็จะเกิดวงจรการพึ่งพา ธรรมชาติพึ่งพามนุษย์ มนุษย์พึ่งพาและอาศัยธรรมชาติ และวันนี้ทำให้ฉันได้นึกถึงมหันตภัยของการ "บริโภคนิยม" ว่าเป็นสิ่งที่ทำลายธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพียงใด มันเป็นสิ่งที่เดินสวนทางกับการอนุรักษ์ คนชอบบริโภคสัตว์ป่าเพราะมีค่านิยมที่ผิด ผลที่ตามมาคือการทำลาย และการสูญสิ้น หรือแม้แต่คนที่ชื่นชอบและรักต้นไม้ ถ้ามีการบริโภคนิยมที่ผิดทาง ก็ถือเป็นการทำลายเช่นกัน ถึงตรงนี้ทำให้ฉันหวนนึกถึงคุณลุงที่นำทางเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมคุณลุงเคยเก็บของป่าขาย โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่า จะมีนายทุนกำหนดมาว่าต้องการต้นไหน พันธุ์ไหน ตามค่านิยมของผู้บริโภค คุณลุงและเพื่อนๆ จึงต้องตามล่าหากล้วยไม้ให้ได้มากที่สุดจนแทบจะหมดป่า แต่เมื่อทางการมีการสั่งระงับและถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย คุณลุงจึงหันกลับมาเปลี่ยนอาชีพเป็นช่วยทางการอนุรักษ์แทน ความรู้สึกหวงแหนและปกป้องคุ้มครองกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ป่า ทำให้ลุงเกิดความรู้สึกศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะพิทักษ์ผืนป่าและธรรมชาติ จนถึงกลับกลายเป็นเรื่องขัดขวางความสะดวกของผู้ล่าและผู้ทำลาย จึงต้องทำให้คุณลุงถูกตามล่าหมายหัวอยู่หลายครั้ง ฟังดูแล้วแทบไม่น่าเชื่อ เรื่องของคนรักต้นไม้ ที่มีค่านิยมที่ผิด และต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ จะกลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้มนุษย์ต้องเข่นฆ่ากันเอง เฮ้อ! หากรู้อย่างนี้เราควรจะรักธรรมชาติแบบที่ต้องการจะให้ธรรมชาตินั้นอยู่ไปนานๆ ให้เราและใครๆ ได้ชื่นชมดีกว่า ที่จะครอบครองเพียงคนเดียว...ถึงเวลาสิ้นสุดกิจกรรมของวันนี้ เราต้องเก็บแรงไปเที่ยวผาหินงามพรุ่งนี้กันต่อ ความประทับใจในที่นี่ ทำให้พวกเราคณะเดินทางตกลงกันว่าจะกลับมาเยือนอีกครั้งช่วงเวลาดอกไม้บาน คืนนี้เราก็จะหลับฝันดีอีกวัน

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณกานต์ เพื่อนร่วมทางในกลุ่ม ที่ช่วยเอื้อเฟื้อภาพงามๆ ประกอบบันทึกการเดินทางครั้งนี้ ให้เราได้เก็บความภาพประทับใจไว้ในความทรงจำ และได้นำมาเล่าสู่กันฟัง

ตากล้องของเรา



สงวนลิขสิทธิ์ | เกี่ยวกับ Morning Garden | ติดต่อเรา: flower [at] morninggarden [dot] com