Morning Garden
สวนไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ โลกสีเขียวใบเล็กสำหรับคนรักต้นไม้
|
หน้าหลัก
อรุณสวัสดิ์
สวนดอกไม้
เรื่องเล่าของดอกไม้
ดอกไม้ส่งข่าว
มาปลูกต้นไม้กันเถอะ
| มหาพรหมราชินี
|
มหาพรหมราชินี พรรณไม้วงศ์กระดังงาชนิดใหม่ของโลก
นักวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค้นพบ "มหาพรหมราชินี" พรรณไม้วงศ์กระดังงาชนิดใหม่ของโลกในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุเป็นพรรณไม้ป่าหายากและใกล้จะสูญพันธุ์ ชี้มีศักยภาพสูงมากที่จะเป็นไม้ดอกไม้ประดับ วอนเร่งศึกษารายละเอียดสู่การอนุรักษ์ยั่งยืน
- นักวิจัยของ วว. คือดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร ประสบความสำเร็จในการค้นพบพรรณไม้วงศ์กระดังงาชนิดใหม่ของโลก บริเวณยอดเขาในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสภาพนิเวศวิทยาบริเวณที่ค้นพบเป็นพื้นที่สูงชันอยู่ในป่าดิบเขา ในระดับความสูง ๑,๑๐๐ เมตร มีลมแรงและอากาศกนาวเย็นจัดในช่วงฤดูหนาว มีความชื้นปานกลางสัมพัทธ์ค่อนข้างสูง โดยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้ดังกล่าวว่า มหาพรหมราชินี และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitrephora sirikitiae Weerasooriya, Chalermglin & R.M.K Saunders
มหาพรหมราชินีเป็นพรรณไม้ที่มีความใกล้เคียง หรือคล้ายคลึงกับมหาพรหม เนื่องจากอยู่ในสกุลเดียวกัน จัดอยู่ในพรรณไม้ป่าหายากและใกล้จะสูญพันธุ์ การค้นพบครั้งนี้มีความพิเศษมากก็คือ เป็นพรรณไม้ที่มีขนาดดอกใหญ่ที่สุดในสกุลมหาพรหมที่มีอยู่แล้วทั่วโลก ๔๘ ชนิด และที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย ๗ ชนิด นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของนักล่าอาณานิคมตะวันตก จึงไม่มีนักสำรวจหรือนักล่าพรรณไม้จากซีกโลกตะวันตกเข้ามาสำรวจเหมือนประเทศใกล้เคียง ประเทศไทยเรายังมีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้อยู่สูงมากในหลายพื้นที่ จึงมีแนวโน้มที่จะประกาศการค้นพบพรรณไม้อื่นๆ ต่อไป
- มหาพรหมราชินีมีลักษณะเฉพาะทางพฤกษศาสตร์คือ เป็นไม้ขนาดเล็กสูงได้ถึง ๖ เมตร ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ - ๘ เซนติเมตร เนื้อใบค่อนข้างหนา ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ออกดอกเดี่ยว หรือออกเป็นช่อ ๑ - ๓ ดอกใกล้ปลายยอด โคนกลีบสีเขียวอ่อน ปลายกลีบสีม่วงเข้ม กระดกงอขึ้นประกบติดกันเป็นรูปกระเช้า ดอกจะบานอยู่ได้ ๓ - ๕ วัน ส่วนผลออกเป็นกลุ่ม โดยจะมีผลย่อย ๑๐ - ๑๕ ผล รูปทรงกระบอก มีขนอ่อนปกคลุมหนาแน่น การกระจายพันธุ์ต่ำ เนื่องจากผลสุกของมหาพรมราชินีมีรสหวาน จึงเป็นอาหารของสัตว์ป่าหลายชนิด เมื่อสัตว์ป่ากินผลสุก มักจะไปถ่ายมูลไว้บนก้อนหิน เมล็ดจึงไม่ค่อยมีโอกาสงอก อย่างไรก็ตามเมื่อเก็บผลแก่จากบนต้นมาเพาะ พบว่าเมล็ดงอกได้ดี ไม่ว่าจะนำไปปลูกบนดอยสูง ดอยไม่สูง หรือบนพื้นราบ นอกจากนั้นยังสามารถขยายพันธุ์มหาพรหมราชินีได้โดยการเพาะเมล็ด ทาบกิ่ง เสียบยอด ส่วนการตอนกิ่ง และปักชำกิ่งนั้น จะใช้ระยะเวลานาน และได้ผลต่ำ
ข้อมูลจากวารสารอัพเดท (Update) ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๒๐๔ กันยายน ๒๕๔๗ คอลัมน์ "หมายเหตุรายเดือน" เรื่อง "มหาพรหมราชินี พรรณไม้วงศ์กระดังงาชนิดใหม่ของโลก" หน้า ๑๑๓ - ๑๑๔
|
|