เมื่อเรารักในสิ่งที่จะทำ แล้วเราลงมือทำในสิ่งที่เรารัก
จากความชอบความสนใจและหลงใหลในเสน่ห์ของดอกไม้ เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองเริ่มทำอะไรมากมายในสิ่งที่ไม่เคยทำ เหมือนเป็นแสงจุดเล็กๆ ที่ส่องสว่างให้ก้าวเดินในอีกด้านของชีวิต จากเด็กห้องแถวที่ไม่เคยมีบริเวณพื้นที่สวนกับเขา ใฝ่ฝันมานานที่อยากจะมีบ้านที่มีบริเวณกว้างๆ มีสวน มีต้นไม้เยอะๆ แรงบันดาลใจบางอย่างผลักดันให้เริ่มลงมือสร้างสวนออนไลน์ ด้วยใจที่คิดไปว่า มันคงเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะสร้างโลกของต้นไม้ได้ และเราเข้ามาอยู่ในสวนได้อย่างไม่จำกัดเวลาและสถานที่ จึงเริ่มลงมือเป็นบ้าเป็นหลังสร้างสวนออนไลน์ขึ้นมา งมอยู่พอประมาณเนื่องด้วยขาดพื้นฐานทางเทคนิค ความรู้สึกของใจที่สัมผัสกับเสน่ห์ของดอกไม้ยังไม่หยุดนิ่ง เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองสร้างร้านต้นไม้เล็กๆ ด้วยใจที่คิดว่าอยากทำอะไรในสิ่งที่ชอบ แม้จะผันตัวเองมาเป็นแม่ค้า ก็ขอให้ได้ขายในสิ่งที่ชอบ จะว่าไปการเป็นแม่ค้าพร้อมกับการทำในสิ่งที่ชอบ มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก ต้องรักษาใจให้สมดุลอยู่เสมอ เพราะการที่จะทำอะไรตามใจตัวเอง ในขณะที่ได้ขึ้นชื่อว่าเท้าข้างหนึ่งของเราก้าวเข้าสู่คำว่า "เป็นแม่ค้า" แล้ว หากไม่คิดเรื่องผลกำไรตอบแทนเอาเสียเลย นั่นหมายถึงการเอาตัวไม่รอด บ่อยๆ ครั้งต้องเผชิญความรู้สึกขัดแย้งบ้าง อย่างเช่น ช่วงแรกๆ ที่ขายถึงขนาดเขินๆ ที่จะบอกราคาเมื่อลูกค้าถาม บางทีลูกค้ายังไม่ต่อราคารีบชิงบอกลดไปก่อน แต่ตอนนี้ผ่านไปสักสองปี พอลูกค้าถามราคาชักจะตอบได้สบายคล่องปร๋อ สงสัยวิญญาณความเป็นแม่ค้าก็คงจะเริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือด
งานจัดสวนเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มาควบคู่ไปพร้อมกับร้านต้นไม้ ตรงนี้ก็ทำเอาชีวิตแกว่งเป็นพักๆ ความตั้งใจที่คิดว่างานจัดสวนเหมือนงานศิลปะ การที่ได้จัดสวนให้ลูกค้า สิ่งที่เราจะได้รับน่าจะเป็นว่า มีรายได้ตามความจะเป็นในสายอาชีพ แล้วการจัดสวนมันก็เหมือนกับการได้เติมเต็มความสุขให้กับคนอื่น เพราะเราได้สร้างในสิ่งที่เขาพอใจ คนสร้างก็อิ่มเอิบใจเหมือนกับความรู้สึกของศิลปินที่ได้สร้างสรรค์งานศิลปะออกมา การจัดสวนแต่ละครั้งเหมือนเป็นโจทย์ใหม่ๆ ในชีวิต ให้เราได้ลองฝึกศักยภาพของตัวเอง ความรู้สึกที่ว่ามาทั้งหมดก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่รับงานกว่าจะผ่านไปแต่ละชิ้นก็เหนื่อยพอประมาณ แต่เมื่อเสร็จสิ้น ลูกค้าพึงพอใจ เราก็มีความรู้สึกอิ่มเอิบใจ พึงพอใจเช่นเดียวกัน แต่มันก็ไม่ได้มีเพียงแค่นั้นเสียทีเดียว ความขัดแย้งอื่นๆ ที่เราต้องเผชิญก็ทำให้ท้อได้เช่นกัน สิ่งต่างๆ ที่เราไม่ได้เตรียมใจคิดไว้ก่อนก็คือ
งานจัดสวนก็เทียบได้กับงานบริการ การคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าย่อมมาก่อนการทำตามความพอใจของเราเสมอ ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาหากเราเจอลูกค้าที่ก้าวเดินไปพร้อมกับวัตถุประสงค์ในใจของเราได้ ที่ว่าดังนี้หมายความว่า ความรู้สึกของตัวเองที่ตั้งใจอยากจะทำงานจัดสวนให้ใครก็คือ อยากให้เจ้าของบ้านมีส่วนร่วมในการสร้างสวนที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา เรามีส่วนช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อลูกค้ารู้จักความต้องการของตัวเอง แล้วเราทำได้ตามความต้องการของลูกค้า หรือแม้แต่ว่าลูกค้าอาจจะไม่มีไอเดียอะไรแต่รู้จักความต้องการของตัวเอง เหมือนกับเป็นความฝันความปรารถนาในใจที่ต้องการ แล้วเราช่วยสร้างฝันนั้นให้เป็นรูปเป็นร่าง ตรงนี้ก็คงเป็นความสุขเหลือหลายของคนที่สร้างสรรค์งานสวน" ความคิดที่ว่ามานี้ ถือว่าเป็นรูปแบบของงานจัดสวนที่อยู่ในเป้าหมายและแนวคิดของฉัน แต่สิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับแหละนะ ว่าการทำงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคและความไม่ราบรื่นเสมอ เจออุปสรรคบางเรื่องก็ต้องท้อบ้าง บางครั้งที่ท้อนึกอยากจะเอาแต่ใจตัวเอง หากเจอลูกค้าที่ใจร้ายกับเราหน่อย งานไม่สนุกอยางที่อยากจะทำ ก็นึกอยากจะไม่อดทน แต่เมื่อคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างตัวเองเลือกและตัดสินใจที่จะทำ ก็ต้องเอาชนะอุปสรรคให้ได้ และต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง ดังนั้นก็พยายามหาทางออกให้ตัวเองบ้างว่าที่ดีที่สุดคือเราตัดสินใจจะลงมือจัดสวนเมื่อเราและลูกค้าต่างมีความพึงพอใจซึ่งกันและกันที่จะร่วมมือกันสร้างสวน ก็คิดว่ามุมนี้ทำให้เรามีความสุขในการทำงานอยู่บ้าง
ลองผิดลองถูก ใช้ชีวิตการเป็นแม่ค้าร้านต้นไม้มาเกือบสองปี อยู่ได้ตามอัตภาพ แต่สิ่งที่ได้มากๆ คือ เราทำอะไรได้มากขึ้น รู้สึกมีความสุขกับการค้นหาศักยภาพของตนเอง ว่าทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียกว่า "ลงมือทำเอง" ครั้งแรกที่ทำร้านต้นไม้ด้วยความคิดที่ว่า "อยากสร้างบรรยากาศร้านเหมือนสวน" ให้คนที่เข้ามารู้สึกเหมือนสบายๆ ไม่อยากเป็นแบบเสาหลักปักมุงผ้าหลังคาแล้ววางกระถางขาย แต่เมื่อเริ่มแรกยังทำอะไรไม่เป็น รู้แต่ว่าต้องจ้าง จึงหมดงบประมาณไปเอาการกว่าจะเป็นร้านตามที่ต้องการในตอนนั้น แม้จะมีความรู้สึกว่ามันยังมีอะไรที่ขาดหาย แล้วทางสายใหม่ของชีวิตก็เริ่มจากจุดนั้น มีอะไรในชีวิตมากมายที่เราได้เริ่มเรียนรู้ ตรงไหนไม่รู้ก็เสาะแสวงหาผู้รู้มาเป็นแบบให้เรียนรู้ การได้เริ่มเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทีละเรื่องทำให้รู้สึกชีวิตมีเรื่องสนุกให้เรียนรู้ให้ทดลองมากมาย ทุกครั้งที่ทำอะไรเป็นเพิ่มมากขึ้นมีความรู้สึกเหมือนชีวิตมีพลังเพิ่มขึ้น กลายเป็นทัศนคติใหม่ๆ ของชีวิต ที่แต่เดิมเคยคิดว่า ไม่ทำอะไรที่ไม่รู้ กลายมาเป็นความคิดในแนวใหม่ว่าสิ่งใหม่ๆ ที่เรายังไม่รู้ เหมือนกำไรของชีวิตที่รอให้เราเก็บเกี่ยวอยู่ แนวคิดนี้เอามาใช้กับตัวเองตรงๆ เมื่อต้องประสบปัญหากับที่ร้าน แต่ละปีด้วยความที่ร้านอยู่ใกล้ริมคลอง ผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้ร้านได้รับความเสียหาย จะต้องซ่อม ซ่อมชนิดที่เรียกได้ว่ารายได้ที่หามายังไม่พอค่าซ่อม ก็เลยคิดว่าคงไม่ไหวหากไม่ลงมือทำร้านเอง ความรู้ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวได้จากช่างที่ช่วยๆ งานร้าน ก็งัดนำมาใช้ประโยชน์ ลงมือลงแรงกับน้องๆ ที่ร้าน สร้างร้านของตัวเอง ซ่อมรื้อตรงที่เก่า แต่เหมือนสร้างใหม่ด้วยสองมือ เพราะตรงส่วนทีจ้างช่างลงแรงไปด้วยทุนก้อนใหญ่ เจอภัยน้ำท่วมและธรรมชาติทำลายไปเกือบหมด แต่ด้วยความที่มีใจเต็มร้อยที่อยากจะสร้างร้านด้วยตัวเอง ก็ลงมือบรรเลง แบกหาม เทปูน ทำทุกอย่างเองกับน้องๆ ในร้าน ค่อยๆ ทำไปตามแต่กำลังจะทำได้ ออกจะเหนื่อยสาหัส แต่สิ่งหนึ่งที่พอใจหนักหนาคือลดงบประมาณในการว่าจ้างไปได้มากโข แถมยังทำรูปแบบได้ตามใจชอบ ไม่มีคำว่าไม่ถูกใจ สวยไม่สวยน่ะอีกเรื่อง แต่อะไรที่ทำเองเราย่อมรู้สึกดีอยู่แล้ว แถมที่ดีอีกเรื่องคือได้ใช้ประโยชน์จากทรายเป็นสองร้อยสามร้อยกระสอบที่อบต. ให้มากั้นบริเวณร้านตอนน้ำท่วม แน่ล่ะเมื่อเสร็จงานเขาก็ไม่ขนกลับให้เหนื่อยยาก เอาไว้เอางบประมาณใหม่มาทำปีต่อๆ ไป ให้สิ้นเปลือง กระสอบทรายเหล่านี้หากเราไม่เอาใช้ประโยชน์ จะถือว่าเป็นภาระมากเพราะไม่รู้ว่าจะจัดการเก็บทิ้งอย่างไร ทุกวันนี้ทำร้านใหม่เสร็จ ย้อนไปดูสภาพร้านก่อนซ่อมยังนึกไปว่าเราทำได้ไง แบกกระสอบทรายเป็นร้อยๆ เมื่อผ่านจุดเหนื่อยยากลำบากกายมา ลองถามตัวเองว่าทำอีกไหวมั๊ย ชักนึกขยาดเหมือนกันแฮะ :P
| ทางเข้ามีต้นไม้ | ข้างในมีน้ำไหลเย็น |
| มุมหนึ่งในร้าน ไม่ทิ้งความสดชื่นของสีเขียว | จำลองความสุขของเด็กๆ |
| รอยยิ้มมีอยู่ทั่วไป | ความสุขมีอยู่ทุกที่ |
หลังจากลงมือลงแรงไปเต็มที่ ในระหว่างที่ซ่อมแซมนั้น ก็ได้เข้าใจงานช่างว่า คนที่ทำงานด้านนี้ต้องใช้ความอดทนและมีมานะพอควร เพราะเป็นงานที่หนักและเหนื่อย ทำๆ ไปก็มีหลายอารมณ์ เหนื่อยมากก็ล้า มีหงุดหงิดบ้างเพราะเหนื่อย แต่สนุกที่ได้แต่งเติมเอง มีอิสระในความคิดอยากได้อะไรตรงไหนก็จัดการตอนนั้นเลย ที่สำคัญเมื่อเสร็จพอใช้งานได้แล้ว สิ่งที่มีคุณค่ากับจิตใจมากคือ ความภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้สร้างด้วยสองมือ ความรู้สึกรักและผูกพันกับน้องๆ ในร้านที่ช่วยร่วมแรงเต็มที่ ชอบบอกใครเสมอว่าที่ร้านนี้ทำเอง เพราะภูมิใจ และยิ่งไปกว่านั้นการซ่อมแซมร้านครั้งนี้ได้พ่วงความฝันเล็กๆ เข้ามาอีกด้วย คือการแปลงเป็นร้านอาหารที่ชอบ เคยชอบทานอาหารเวียดนาม จึงอยากให้ร้านเล็กๆ แห่งนี้เป็นร้านอาหารเวียดนาม ให้คนที่เข้ามาทานอาหาร ได้เดินเล่นชมและซื้อต้นไม้ของแต่งสวนตามชอบใจ นั่งทานอาหารที่นี่ ก็เหมือนทานที่บ้าน แต่ก็ดูเป็นโจทย์ใหญ่ให้ทำงานหนักพอสมควร เพราะต้องเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างใหม่อีกครั้ง โชคดีที่ได้ผู้ร่วมทางคุณผึ้ง คุณก้อย และเหมียว ช่วยกันเป็นพลัง ผลักดันและเติมเต็มในส่วนที่ขาดหาย จากแต่ก่อนที่ยังไม่มีผู้ช่วยดูแล มีความกังวลหลายๆ อย่างก่อนร้านจะเป็นรูปเป็นร่าง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของร้านอาหารคือที่นั่งภายในร้านว่างเปล่าตลอดเวลา แต่ก็คงจะไม่มีประโยชน์หากจะต้องก้าวเดินแล้วมากังวลกับสิ่งที่ยังไม่รู้อนาคต ทำให้ดีที่สุดในรูปแบบที่เราตั้งใจไว้ ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
หลังจากเริ่มเรียนรู้และลงมือ เรียนรู้ทีละอย่าง หัดปรุงอาหารซ้อมแล้วซ้อมอีก ชิมแล้วชิมอีก ชิมของตัวเองไม่พอ ตระเวนชิมตามร้านอาหารเวียดนามอื่นๆ หลายร้าน จนหายอยากอาหารเวียดนาม ความตั้งใจยังเหมือนเดิมเราจะต้องรู้และทำเป็นทุกอย่างในสิ่งที่เราจะทำ และเป็นเจ้าของมัน โชคดีที่มีผู้รู้ช่วยสอน ให้คำแนะนำ ณ ที่ตรงนี้ต้องถือโอกาสขอบคุณคุณหนึ่งที่ถือเป็นครูช่วยปั้นความฝันให้เป็นรูปเป็นร่าง ช่วยสอนและให้คำแนะนำทางด้านการปรุงอาหารจนได้ที่ จนสามารถเดินต่อไปได้ จากที่ไม่ประสาและสันทัดในเรื่องอาหาร เมื่ออาหารและสูตรลงตัวได้ที่ มีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องจัดการอีกมาก ขั้นตอนที่สำคัญต่อมาคือการทำเมนู ตอนแรกพยายามจะจัดการเรื่องถ่ายภาพด้วยตัวเอง ถึงจะพอไปไหว แต่ก็ยังไม่ดีพอ ครั้งนี้ต้องขอบคุณบาสที่ช่วยจัดการกับภาพถ่ายอาหารใหม่อีกรอบด้วยประเด็นสำคัญที่ว่า ภาพอาหารในเมนู และอาหารที่จะวางบนโต๊ะจริงๆ จะต้องมีหน้าตา ปริมาณ และคุณภาพเหมือนกัน ไม่ได้เพียงแต่ถ่ายเอาให้สวยงามน่ากิน เมื่อร้านเป็นรูปเป็นร่างในแนวคิดที่ต้องการคืออยากให้คนที่มาทานอาหารได้อิ่มอร่อย อาหารสดร้อน ไม่มีมีสิ่งปรุงแต่ง เช่น ผงชูรส ได้รูปแบบอาหารเหมือนทำทานเองที่บ้าน เมื่อร้านเป็นรูปเป็นร่างจึงได้มาดังนี้
เปิดเมนู
| |
Inkscape SVG Vector Illustrator จาก Open Source Software |
เริ่มเปิดร้านเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตอนนี้ผ่านไปได้ครบรอบเดือน บรรยากาศที่กลัวว่าจะเงียบเหงาไม่มีคนมาทาน ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด มีคนในย่านนี้ หลายๆ คนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยการเข้ามาใช้บริการ และชมเชยตามชอบใจ แต่ก็ยังเป็นที่รู้จักภายนอกน้อย เพราะขาดการโปรโมท ซึ่งตัวเองมีความรู้สึก การโปรโมทเนี่ย เป็นเรื่องที่ทำยากยิ่งกว่าทำร้านซะอีกแน่ะ ไม่ค่อยจะสนุกที่จะทำเท่าใดนัก นึกไม่ออกว่าจะพูดจะทำหรือโฆษณาอีท่าไหนถึงจะเชิญชวนคนได้ ตรงนี้ถึงได้คิดว่า คนที่ทำแผนการตลาดดี โปรโมทดีนั้นเก่ง ก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เคยได้ยินคนบอกว่า สภาพเศรษฐกิจและสังคมสมัยนี้ หลายคนอาจจะต้องม้วนเสื่อพับเก็บความฝันเอาได้ง่ายๆ ดีที่สุดก็คือไม่ต้องบาดเจ็บเย็บแผล หากทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไป เพราะทางเดินเริ่มมีให้เลือกน้อยและแคบลง หรือหากอยากได้มาเพื่อผลประโยชน์ต้องต่อสู้แข่งขันแย่งชิงอย่างหนักหน่วงจึงจะไปรอดได้สบายๆ แต่ฉันยังศรัทธาอยู่ว่า เมื่อเราทำในสิ่งที่เรารัก เพียรพยายามและทุ่มเท ใส่ความตั้งใจและคำนึงถึงคุณภาพ และที่สำคัญลงมือทำมันด้วยตัวเอง ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง และอยากทำในสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ด้วยความกล้าที่จะทำ แม้สิ่งนั้นจะยังเป็นเรื่องที่ไม่รู้ ฉันคิดว่า น่าจะสามารถเดินทางไปถึงที่หมายได้ และถึงแม้จะช้าก็จะขอเดินไปอย่างมุ่งมั่นให้มั่นคง
![[หน้าหลัก]](http://www.morninggarden.com/kai-dow-96px.gif)

