เหินคำ...เจ้าจะไปที่หนใด
บ่ายแก่ๆ ของวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินในระหว่างทางเดินของร้านต้นไม้ที่สวนหลวงสอง อุตส่าห์หนีงานลาพักร้อนมาเที่ยว อยากได้บรรยากาศที่มันต่างจากชีวิตประจำวันบ้าง ชีวิตประจำวันที่ว่าวันนี้วันพฤหัสเราควรจะอยู่ที่ออฟฟิศ (อยากจะบอกว่าที่ทำงานแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้บรรยากาศเท่าคำนี้เลย) แต่ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็จะเจอคนออฟฟิศอยู่ที่นี่เต็มไปหมดเพราะมีเวลาที่จะใช้เหมือนกัน แต่พอวันทำงานอย่างนี้เราอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ ในบรรยากาศที่ไม่ได้พลุกพล่านของวันหยุดก็เลยจะได้บรรยากาศในอีกแบบ
- โทรศัพท์ที่สั่นกระตุกในกระเป๋า ช่วยปลุกให้ตื่นจากภวังค์ความเพลิดเพลินนั้น...ดูเบอร์แล้วไม่คุ้น แต่เมื่อรับสายไม่อยากจะคิดว่าใช่เสียงของเธอจริงหรือไม่ "กิ่ง" เพื่อนที่อยู่ในใจของฉันเสมอ แต่เจ้าของเสียงบอกว่า "กิ่งนะเจ้า จำได้หรือเปล่า" ทำไมจะจำไม่ได้ มีเพื่อนฉันคนเดียวที่ลงท้ายคำ หรือตอบรับด้วยคำว่า "เจ้า" แบบชาวเหนือ แทนคำว่า "จ้ะ" ว่า "ค่ะ" หรือแม้กระทั่งว่า "อือ" ฟังแล้วก็เพราะจับใจทั้งน้ำเสียงคนพูดที่อ่อนหวานเจื้อยแจ้วด้วย ฉันจึงชอบฟังเสียงนี้เสมอ...เราไม่ได้คุย ไม่ได้เจอกันนานมาก แต่ฉันยังไม่เคยลืมความรู้สึก ความทรงจำดีๆ เก่าๆ...ฉันตอบกลับไปว่า "ใช่เธอจริงๆ ด้วย เป็นไงมาไง เธอหายไปไหน ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย ไม่ยอมส่งข่าว แล้วนี่เธออยู่ไหน" เธอตอบว่า "กิ่งอยู่เชียงใหม่เจ้า กิ่งจะโทรมาลา กิ่งจะไปอยู่อเมริกาแล้ว" ฉันรู้สึกใจหายวาบ "เธอจะไปทำอะไร ไปนานแค่ไหน" กิ่งตอบฉันว่า "กิ่งคงจะไปอยู่ที่นั่นเลย และคงไม่ได้กลับมา กิ่งจะไปเปิดร้านอาหารไทยกับเพื่อนที่นั่น" ฉันยิ่งงงไปหนัก ฉันไม่คิดว่ากิ่งจะไปอยู่ที่ดินแดนไหนได้ นอกจากที่เชียงใหม่ เพราะเธอเคยคุยกับฉันเสมอเมื่อเราใกล้จะจบ และจะต้องจากกัน เราอยากอยู่เป็นเพื่อนซี้ใกล้ๆ กันตลอดไป แต่กิ่งไม่สามารถอยู่ที่ไหนได้ เพราะกิ่งต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่เชียงใหม่ กิ่งรักแม่มาก เขามีกันอยู่สองชีวิตที่ผูกพัน และกิ่งก็ไม่คิดว่านอกจากการมีสังคมที่เราเรียนกันอยู่แล้ว จะมีที่ไหนอบอุ่นและปลอดภัยเท่าที่บ้าน ฉันถามกิ่งต่อไปว่า "ทำไมจะต้องไป แล้วแม่กิ่งอยู่กับใคร กิ่งจะไปอยู่ที่โน่นได้เหรอ แล้วมั่นใจหรือยังว่าพร้อมกับอนาคตที่จะเริ่มที่นั่น" เธอเงียบไปพัก จนฉันใจคอไม่ดี แล้วตอบกลับมาว่า "กิ่งไม่แน่ใจ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่กิ่งจะต้องไป" เสียงเธอเครือๆ ไป ทำเอาฉันใจหายวูบ เมื่อเธอพูดต่ออีกว่า "กิ่งจะไปวันจันทร์นี้แล้วนะ" ถึงตอนนี้ฉันอยากจะรู้เหตุผลที่เธอจะไป ฉันไม่เชื่อว่าเธออยากจะไป นั่นมันยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วงเธอ เธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะคุยตอนนี้ เธอแค่อยากคุยกับฉันอีกสักครั้ง เพราะเธอยังนึกถึงฉันอยู่เสมอ ฉันพยายามจะทบทวน ความเป็นเพื่อนของเรา ความคุ้นเคย ความผูกพัน ฉันคิดว่าฉันรู้จักเธอ รู้จักเรื่องราวของเธอในทุกๆ ด้าน ยกเว้น...ช่วงเวลาที่ขาดหาย ที่เราไม่ได้ติดต่อกัน
ฉันยังจำได้ตอนที่เรารู้จักกัน เธอเป็นคนไม่ช่างเจรจา นิ่ง แต่ใบหน้าจะยิ้มตลอดเวลา เวลาพูดเสียงเธอจะไพเราะ และลงท้ายด้วย "เจ้า" เมื่อฉันรู้จักเธอมากขึ้น ฉันยิ่งรู้สึกว่าเธอมีเสน่ห์ บุคลิกที่เรียบร้อยแต่มีสีสัน เธอสอนให้ฉันรู้จักมุมมองชีวิตที่ต่างออกไป มันมากมายจนฉันบรรยายไม่ถูก เธอสอนให้ฉันรู้ว่า ความสุภาพและอ่อนโยนจะช่วยสร้างมิตรภาพที่อบอุ่น ดังนั้นฉันจึงควรจะต้องปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความสุภาพและอ่อนโยน เธอสอนให้ฉันรู้ว่า การทำอะไรด้วยความประณีตจะทำให้เราเป็นคนละเอียดอ่อนลึกซึ้ง ซึ่งมันจะช่วยเตือนสติฉันได้บ้างเมื่อฉันทำอะไรหยาบและมักง่าย และเธอสอนให้ฉันรู้ว่า ในสภาวะปกติเราก็ดำเนินชีวิตไปตามที่ควรจะเป็น แต่ในบางเวลาที่เราต้องการให้รางวัล ให้ความพิเศษกับชีวิต ให้เราปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการ ดังนั้นเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันกับเธอก็อาจจะมีกิจกรรมที่มีความขัดแย้งกันบ้าง เช่น เราอาจจะไปเที่ยวกลางคืนกับกลุ่มเพื่อนบ้าง เที่ยวแล้วเราจะต้องเที่ยวให้ถึงเวลาเช้า เพื่อที่เราจะได้รอใส่บาตรตอนเช้า ก่อนเข้านอนกลางวัน เพราะถ้าปกติให้ลุกมาใส่บาตรจะค่อนข้างลำบาก เรารับผิดชอบในเรื่องเรียนไม่ให้มีปัญหา แม้จะไม่เก่งในอันดับแถวต้นแต่ไม่ได้รั้งท้ายให้ใครดึง เรามีสันทนาการส่วนตัว และมีกิจกรรมกลุ่มเพื่อสังคมที่อยู่ ฉันกับเธอเคยได้ผลัดกันเป็นหัวหน้าสาขาที่เรียน ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มเฮี้ยวกว่าเพื่อน เราวนเวียนและใช้ชีวิตร่วมกันอยู่อย่างนี้ มีบางเวลาที่เหงาและเศร้า เราร่วมทุกข์ร่วมสุข จนแทบจะเป็นความรู้สึกเดียวกัน ฉันศรัทธาในความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง ในขณะเดียวกันเธอสุภาพ และอ่อนโยน จนทำให้ใครๆ รอบข้างเกรงใจให้เกียรติเธอ ก่อนจากกัน เราใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เต็มสัปดาห์ กิน เที่ยว เล่น และหนักทางคุย เพราะรู้ว่าเราต่างต้องแยกทางไปตามทางเดินของตัว ยังไม่รู้ว่าวันข้างหน้าของเราจะเป็นอย่างไร...แปลกดีนะเราคุยกันจนไม่มีเรื่องอะไรจะคุย แล้วเธอก็ถามฉันว่าฉันชอบดอกไม้อะไร ตอนนั้นฉันรู้แต่ว่าฉันชอบดอกไม้สีขาว เธอบอกว่าเธอชอบดอกไม้สีขาวเหมือนกัน เธอชอบ "เหินคำ" ที่บ้านเธอปลูกพุ่มเหินคำรอบบ้านหลายพุ่ม ฉันบอกเธอว่าชื่อมันแปลกดี ฉันไม่เคยเห็น เธอบอกว่าแล้วจะถ่ายรูปส่งมาให้ดู
...หลังจากแยกทางกันไป เรายังติดต่อกันบ้าง เธอยังไม่ได้ส่งรูปเหินคำให้ฉันดู แล้วเธอก็เงียบหายไป เบอร์โทรที่เราเคยใช้ติดต่อกันก็ใช้ไม่ได้ ฉันไม่รู้จะติดต่อเธออย่างไร เวลาผ่านๆ ไป เราโตขึ้น ได้ผ่านสังคม ได้เรียนรู้ในหลายๆ อย่าง ประสบการณ์ทางความรู้สึกนึกคิด อาจจะผันแปรความรู้สึกของเราอะไรๆ
หลายๆ อย่าง มันก็เป็นความรู้สึกที่ผ่านมาและผ่านไป
 |
เมื่อเราผ่านความผันแปร เปลี่ยนแปลงมากๆ เข้า จะแปรเปลี่ยนจิตใจเราให้ยึดติดกับสิ่งต่างๆ หรือกับใครๆ น้อยลง และฉันได้เรียนรู้ว่าบางครั้งการอยู่กับตัวเองให้ได้ จะทำให้เรามีชีวิตที่เข้มแข็ง และอยู่ได้ในโลกใบที่ต้องหมุนไปอยู่ตลอดเวลา จนเราไม่รู้ว่าจะเจออะไร แต่ฉันก็ยังไม่เคยลืมเพื่อนอย่างเธอเลย มาวันนี้ฉันรู้จักดอกไม้มากขึ้น ฉันรู้จักดอกเหินคำแล้ว เหินคำที่ใครๆ รู้จักในชื่อ "มหาหงส์" ครั้งแรกที่ฉันได้รู้จัก ทำให้นึกถึงเธอ เหินคำดอกไม้สีขาว เรียบง่าย แต่ดูสวยลึกซึ้งมีเสน่ห์ เหมือนกับเธอ...ฉันยังไม่รู้ว่าเธอยังชอบเหินคำอยู่หรือไม่ คนเข้มแข็งทำไมจึงร้องไห้ และทำไมเธอต้องจากที่นี่ไป แต่ก่อนที่เธอจะไป ฉันจะไปส่งเธอ และจะทวงถามเธอว่า "รูปเหินคำ ที่เธอบอกว่าเธอชอบมาก และจะส่งมาให้ฉันดู ฉันยังรออยู่" เพราะฉันหมายเอาว่าเธอจะยังรักษาสัญญา เธอจะต้องติดต่อฉัน หากเธอยังไม่ได้ส่งรูปเหินคำให้ฉันดู...
|
เรื่องเล่าของดอกไม้เรื่องอื่น: