Morning Garden

สวนไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ โลกสีเขียวใบเล็กสำหรับคนรักต้นไม้


หน้าหลัก อรุณสวัสดิ์ สวนดอกไม้ เรื่องเล่าของดอกไม้ ดอกไม้ส่งข่าว มาปลูกต้นไม้กันเถอะ



ไซเตส

ในเดือนตุลาคมช่วงวันที่ ๒ – ๑๔ นี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมเรื่องการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีชื่องานว่า "การประชุมสมัยสามัญประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๓ (The thirteenth Conference of the Parties: (COP-13))" หลายๆ คนก็คงจะได้ยินชื่อ "ไซเตส" และคงอยากจะรู้จักว่าคืออะไร ก็เลยรวบรวม เก็บตกจากที่นั่นที่นี่ มาเล่าสู่กันฟัง

ไซเตส (CITES) คือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (Convention on lnternational Tradein Endangered Species of Wild Fauna and Flora) โดยได้จัดทำอนุสัญญาฉบับนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ และสำนักงานเลขาธิการ (CITES) ณ กรุงโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีประเทศภาคีฯ ประมาณ ๑๕๗ ประเทศ ซึ่งบริหารงานโดยองค์การ UNEP ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากประเภทภาคีฯ สำหรับประเทศไทยได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมและรับรองอนุสัญญาในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ และได้สัตยาบันในวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยเป็นสมาชิกอันดับที่ ๘๐ ในการปฏิบัติงานตามอนุสัญญาไซเตส ในประเทศไทยได้แบ่งความรับผิดชอบกันดังนี้
กรมวิชาการเกษตร รับผิดชอบเรื่องพืชป่า (Flora)
กรมป่าไม้ รับผิดชอบเรื่องสัตว์ป่า (Fauna)
กรมประมง รับผิดชอบเรื่องปลาและสัตว์น้ำ (Fauna)
กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบเรื่องปลาและสัตว์น้ำ

สาเหตุของการมีอนุสัญญาไซเตส เนื่องมาจากปริมาณและมูลค่าการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าทั่วโลกมีปริมาณและมูลค่ามหาศาล มีผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อประชาชน ในธรรมชาติทำให้ลดลงอย่างรวดเร็วจนบางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์ มีการลักลอบทำการค้ารองลงมาจากการค้ายาเสพติด
เป้าหมาย และเจตนารมณ์ของอนุสัญญาไซเตส เพื่อต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าและพืชป่าในโลกเพื่อประโยชน์แห่งมวล มนุษย์ชาติของชนรุ่นนี้ และอนุชนรุ่นต่อไปโดยเน้นทรัพยากรสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือถูกคุกคามจนอาจเป็นเหตุให้สูญพันธุ์ได้ในอนาคต โดยสร้างเครือข่ายทั่วโลกในการควบคุมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งสัตว์ป่าและพืชป่าตลอดจนผลิตภัณฑ์

พืชป่าในอนุสัญญาไซเตสที่ใกล้จะสูญพันธุ์
บัญชีที่ ๑ หมายถึง ชนิดพันธุ์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ห้ามทำการค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย หรือขยายพันธุ์เทียม ซึ่งจะต้องได้รับการยินยอมจากประเทศที่จะนำเข้าเสียก่อน ประเทศส่งออกจึงจะออกใบอนุญาตให้ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้นๆ ด้วย เช่น กล้วยไม้หายากบางชนิด ได้แก่ กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี และฟ้ามุ้ย เป็นต้น
พืชป่าชนิดอื่นที่อยู่ในสถานะอันตราย

บัญชีที่ ๒ หมายถึง ชนิดพันธุ์ที่มีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ อนุญาตให้ค้าขายได้แต่ต้องมีการควบคุม ไม่ให้เสียหาย หรือมีจำนวนประชากรลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วจนใกล้จะสูญพันธุ์ ทั้งนี้ประเทศที่จะส่งออกจะต้องควบคุมไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ของชนิดพันธุ์นั้นๆ ในธรรมชาติ

บัญชีที่ ๓ หมายถึง ชนิดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่งแล้วขอความร่วมมือจากประเทศภาคีให้ช่วยดูแลในการนำเข้าด้วย กล่าวคือ จะต้องมีหนังสือรับรองการส่งออกจากประเทศถิ่นกำเนิด

ปริมาณพืชป่าในอนุสัญญาไซเตส

บัญชีที่ ๑ มี ๓๑๐ ชนิด

บัญชีที่ ๒ มี ๒๔,๘๘๑ ชนิด

บัญชีที่ ๓ มี ๖ ชนิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาไซเตส (ประเทศไทย) ได้แก่

สัตว์ป่า (Fauna) พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕

พืชป่า (Flora) พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.พันธุ์พืช (ฉบับที่ ๒) ๒๕๓๕

สาระสำคัญ พ.ร.บ. พันธุ์พืช (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕

พืชอนุรักษ์ หมายถึง พืชป่าในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญา CITES (มาตรา ๓, มาตรา ๒๙ ทวิ)
- ห้ามมิให้ผู้ใด นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านพืชอนุรักษ์ และซากของพืชอนุรักษ์ เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาต (CITES Permits) จากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย (มาตรา ๒๙ ตรี)
- ผู้ใดประสงค์จะขยายพันธุ์เทียมพืชอนุรักษ์เพื่อการค้า ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือเพื่อขอขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงอนุรักษ์เพื่อการค้าต่อกรมวิชาการเกษตร (มาตรา ๒๙ จัตวา)
- การขยายพันธุ์เทียมต้องกระทำภายใต้การจัดการและควบคุมสภาวะแวดล้อมโดยมนุษย์ เพื่อการผลิตพันธุ์ และต้องคงปริมาณพ่อ - แม่พันธุ์ไว้ (มาตรา ๓ และประกาศกรมฯ)
(การยื่นขอจดทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์เพื่อการค้า ยื่น ณ สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกองคุ้มครองพันธุ์พืช)

บทกำหนดโทษ

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ตรี (ไม่มีหนังสืออนุญาต CITES) หรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ จัตวา (ไม่ยื่นขอจดทะเบียนสถานีที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์เพื่อการค้า) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การขอหนังสืออนุญาตไซเตส
อนุญาตนำเข้า การอนุญาตให้นำเข้า จะต้องมีหนังสืออนุญาตส่งออกจากประเทศต้นทางกำกับมาด้วย และผู้ นำเข้าสามารถขออนุญาตนำเข้าได้ ที่ด่านตรวจพืชทุกด้าน และที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร อนุญาตส่งออก สามารถขออนุญาตส่งออกได้ที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานเชียงใหม่ ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานหาดใหญ่ และด่านตรวจพืชท่าเรือภูเก็ต สำหรับพืชลูกผสม (Hybrids) ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส กรมวิชาการเกษตร จะบริการออกหนังสือรับรองการส่งออกพืชลูกผสมให้ โดยสามารถขออนุญาตส่งพืชลูกผสมได้ที่
- สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร
- งานมาตรฐานและบริการส่งออก กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และที่คลังสินค้าดอนเมือง
- ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานเชียงใหม่
- ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานหาดใหญ่
- ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานภูเก็ต
สำหรับค่าธรรมเนียม หนังสืออนุญาตนำเข้า - ส่งออก และนำผ่านพืชอนุรักษ์ ๑๐๐ บาท/ ฉบับ ค่าจดทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์เพื่อการค้า จะเสียค่าธรรมเนียมเฉพาะพืชในบัญชี ๑ จำนวน ๕๐๐ บาท/๕ ปี สำหรับพืชในบัญชีอื่น ไม่เสียค่าธรรมเนียม

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร โทร. ๐-๒๙๔๐-๗๒๑๔ , ๐-๒๙๔๐-๖๕๗๓ , ๐-๒๙๔๐-๖๖๗๐
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร http://www.doa.go.th/learning/jan-fer_46/cites.html




สงวนลิขสิทธิ์ | เกี่ยวกับ Morning Garden | ติดต่อเรา: flower [at] morninggarden [dot] com