20 ต.ค. 2548

ตามหานามกล้วยไม้

ไปเจอข้อมูลมาว่ามีหนังสือกล้วยไม้เมืองไทยชื่อ "A FIELD GUIDE TO THE Wild Orchids of Thailand" ฉบับ Fourth and Expanded Edition ของผู้แต่ง Nantiya Vaddhanaphuti เห็นว่ามีข้อมูลชนิดพันธุ์อยู่มาก อาการอยากเห็นกำเริบอีก ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ดีใจคือว่าพอไม่ได้หมกมุ่นกับเรื่องของต้นไม้ก็คิดว่าสงสัยเราชักจะไกลธรรมชาติซะละ แต่พออาการกำเริบเลยโล่งใจว่ายังมีใจรักอยู่เหมือนเดิม ส่วนเสียใจคือว่าสงสัยได้เสียเงินอีกละ ซึ่งก็แน่ล่ะ ตามหามาจนได้ ถึงจะไม่มีเวลาแต่โลกของเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้เราเยอะ หาชื่อหนังสือก็ในคอมพิวเตอร์ สั่งซื้อก็ในนั้น สองสามวันก็ได้มาจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ มาส่งถึงที่ ราคาพอประมาณ พอได้มาเปิดๆ ดู ก็มีหลายร้อยชนิดให้ดูให้ไม่ต้องเสียดายเงินในกระเป๋านัก ลองเทียบๆ ดู อยู่นานสองนาน เพราะบางทีก็เทียบลำบากหากไม่เห็นต้นใบชัดเจนจริงๆ บางทีภาพของเราก็ไม่ชัด บางทีรายละเอียดภาพในหนังสือก็ไม่ครบในส่วนของต้นใบ แต่ก็ช่วยได้มากจากหลายๆ ชนิดที่มีอยู่ในหนังสือ แต่ก็ยังไม่มั่นใจนักว่าตัวเองเทียบถูกต้อง เพราะนอกจากจะพิการสายตาทางสีแล้ว ยังตาถั่วอยู่บ่อยๆ ด้วย พอเทียบๆ เสร็จก็เลยเอามารวบรวมไว้ก่อนซะเลยว่าชุดนี้นะจะต้องทำข้อมูลสรุปอีกที


ดอกนี้ก่อนหน้านี้ทราบจากคนขายมาว่าชื่อ "ช้างพราหมณ์" นำมาเลี้ยงจนออกดอก ข้อมูลในหนังสือไม่มีชื่อไทย แถมมีภาพดอกที่ใกล้เคียงกันด้วย จึงยังไม่ฟันธงนักว่าจะใช่ชนิดเดียวกัน ในหนังสือมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
"Pholidota bracteata (D. Don) Seidenf."


ดอกนี้ก็ฝีมือการปลูกของตัวเอง รู้มาจากคนขายว่าชื่อ "เพชรพระอินทร์" ในหนังสือมีชื่อวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่มีชื่อไทย ไปโพสต์ถามที่ห้องกล้วยไม้พันทิพย์ก็มีผู้รู้ใจดีช่วยบอกมาว่าชื่อ "เพชรพระอินทร์ลาว" เอาล่ะสิชักอยากเห็นของไทยมั่งละ เก็บความสงสัยไว้ก่อน ค่อยตามหาต่อไป ชื่อวิทยาศาสตร์เขาคือ "Trias disciflora (Rolfe) Rolfe" เห็นชื่อแล้วก็นึกได้ว่ามีกล้วยไม้ที่มีลักษณะดอกเป็นสามเหลี่ยมตามกลีบดอกสามกลีบอยู่เยอะเหมือนกัน ที่เป็นตระกูลเดียวกัน


ได้ข้อมูลมาครั้งแรกเลยบอกว่าต้นนี้ชื่อ "สิงโตขาเขียด" ดูไปก็คล้ายๆ เนอะ ขายาวเรียวผอมๆ แต่ไปเจอข้อมูลบางที่เขาเรียกว่า "สิงโตดาว" ดูไปก็คล้ายอีกนั่นแหละ ในหนังสือมีแต่ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Bulbophyllum laxiflorum (Blume) Lindl." ต้นนี้ใจดีและน่ารักออกดอกอยู่เสมอ ต้นเล็กๆ ดอกเล็กๆ


ต้นนี้ข้อมูลคงไม่พลาด "ข้าวตอกปราจีณ" ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Dendrobium oligophyllum Gagnep." แต่สงสัยว่าชื่อเนี่ยจะ "น" หรือ "ณ" หนอ เพราะก่อนหน้านั้นตัวเองสะกดชื่อว่า "ข้าวตอกปราจีน" คงนึกถึงแต่ปราจีนบุรี คงต้องหาคำตอบต่อไป ชื่อข้าวตอกก็สมกับเป็นข้าวตอกจริงๆ ต้นเล็กๆ ออกดอกเยอะยังกะยุงชุม


ต้นนี้ตอนมาถามคนขาย เขาบอกว่าชื่อ "ข้าวตอกมาเล" ดอกดูคล้ายข้าวตอกปราจีน แต่ต้นใหญ่กว่า ในหนังสือไม่มีชื่อไทย แต่ดูแล้วคล้ายที่สุด และเดาเอาว่าจากชื่อที่คนขาย (ที่เราพอจะเชื่อได้) บอก ถิ่นของขาก็น่าจะมาจากทางใต้ ในหนังสือดอกที่คล้ายต้นนี้ก็บอกว่ามีถิ่นที่พบอยู่ทางใต้ คงใช่แหละมัง หากใช่ชนิดเดียวกันชื่อวิทยาศาสตร์ก็คือ "Dendrobium trinervium Ridl."


ต้นนี้ปลูกเองคงเป็นสิงโตสักตัว แต่ไม่รู้ตัวไหน ดูเหมือนสิงโตรวงข้าว เทียบในหนังสือจนตาลายเพราะที่คล้ายกันก็มี มีตัวหนึ่งที่ใกล้เคียง ถ้าใช่ตัวเดียวกันก็มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Bulbophyllum crassipes Hk. f." ส่วนชื่อไทยยังจนใจ


ดอกนี้เล็กๆ น่ารัก เก็บภาพมาจากตอนไปเดินป่าที่เขาใหญ่ กล้วยไม้ดอกเล็กๆ แนวนี้มีเยอะมาก แยกความต่างลำบาก ในหนังสือที่ใกล้เคียงสุดเห็นจะเป็นชื่อ "Malleola dentifera J.J. Sm."


ต้นนี้ยังไม่รู้ชื่อไทย ในหนังสือรุปลักษณ์ที่ตรงที่สุดก็มีแต่ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Eria concolor Par. & Rchb. f." ชอบสีของเขามาก เห็นดอกเล็กๆ แบบนี้บานอยู่หลายวันเหมือนกัน
ยังเหลือในกรุอยู่อีกบ้างที่ต้องหาข้อมูล แต่พักยกไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

With the 60’s, having provided the agency CNC machining expertise basis that was wanted, CNC took off and started steadily displacing older applied sciences similar to hydraulic tracers and manual machining. For instance, g-code, the nearly universal language of CNC we now have at present, did not exist. Each producer was pushing its own language for outlining numerical control or part packages . In order to promote extra rapid adoption, the US Army purchased 120 NC machines and loaned them to various manufacturers so they may turn into extra conversant in the concept of numerical control. By the top of the 50’s, NC was starting to catch on, although there have been still a number of|numerous|a variety of} issues. You can learn extra about it in our Free G-Code Programming Course, certainly one of our easy tutorials.